การหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% (ค่าขนส่ง) ที่คนทำธุรกิจควรรู้
การขนส่งสินค้าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป โรงงานอุตสาหกรรม หรือธุรกิจ E-commerce เมื่อบริษัทหรือนิติบุคคลมีการจ่าย "ค่าขนส่ง" ให้แก่ผู้ให้บริการขนส่ง กฎหมายสรรพากรกำหนดให้มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ก่อนที่จะจ่ายเงินสุทธิให้กับบริษัทขนส่ง
ค่าขนส่งที่ต้องหักภาษี 1% คืออะไร?
- การขนส่งโดยบริษัทขนส่งที่ขึ้นทะเบียน: เช่น บริษัทที่รับจ้างขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ มียานพาหนะเป็นของตนเอง และให้บริการขนส่งเป็นปกติธุระ
- กรณีผู้รับจ้างขนส่งเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา: นิติบุคคลผู้จ่ายเงินต้องหัก 1% ทั้งสิ้น ตราบใดที่เข้าลักษณะสัญญารับขนส่ง
จุดสังเกตระหว่าง ค่าขนส่ง (1%) กับ ค่าบริการ (3%)
หลายครั้งนักบัญชีมักสับสนว่าควรหัก 1% หรือ 3% สำหรับการขนส่ง จุดแบ่งที่สำคัญคือ:
หัก 1% (สัญญารับขน)
ผู้รับจ้างทำหน้าที่เพียงเคลื่อนย้ายสิ่งของจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องอื่น เช่น บริการไปรษณีย์ หรือบริษัทรถบรรทุกรับจ้าง
หัก 3% (รับจ้างทำของ/บริการ)
หากการขนส่งนั้นพ่วงมากับบริการอื่นที่เด่นกว่า เช่น การจ้างขนย้ายบ้าน (มีบริการบรรจุหีบห่อ ถอดประกอบเฟอร์นิเจอร์) จะถือเป็นค่าบริการ ต้องหัก 3%
ค่าขนส่ง ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ใช่หรือไม่?
ใช่ครับ ตามมาตรา 81(1)(ณ) แห่งประมวลรัษฎากร การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ดังนั้นใบแจ้งหนี้ค่าขนส่งจะไม่มี VAT 7% ปรากฏอยู่ การคำนวณหัก ณ ที่จ่าย 1% จึงคิดจากยอดค่าขนส่งรวมได้เลย (ยกเว้นในบางกรณีที่เป็น Logistics แบบครบวงจรที่ไม่ได้แยกค่าขนส่งชัดเจน อาจตีเป็นค่าบริการที่มี VAT ได้)
ข้อยกเว้น: หากการจ่ายค่าขนส่งมีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 บาท (และไม่ได้มีสัญญาต่อเนื่อง) ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1%