กลับไปหน้าหลัก

เครื่องมือคำนวณหาผลบวกและผลต่างกำลังสาม

ระบุค่าอินพุต

1. ผลบวกกำลังสาม (a³ + b³)

3³ + 4³ =
91

วิธีคำนวณตามสูตร:

a³ + b³ = (a + b)(a² - ab + b²)

= (3 + 4)(3² - (3)(4) + 4²)

= (7)(9 - 12 + 16)

= (7)(13)

= 91

2. ผลต่างกำลังสาม (a³ - b³)

3³ - 4³ =
-37

วิธีคำนวณตามสูตร:

a³ - b³ = (a - b)(a² + ab + b²)

= (3 - 4)(3² + (3)(4) + 4²)

= (-1)(9 + 12 + 16)

= (-1)(37)

= -37

* ผลบวกและผลต่างกำลังสามช่วยในการลดรูปพหุนามระดับสูง

สูตรผลบวกและผลต่างกำลังสาม (Sum and Difference of Cubes) คืออะไร? วิธีแยกตัวประกอบพหุนามอย่างละเอียด

ในการเรียนวิชาพีชคณิต (Algebra) เรื่องการแยกตัวประกอบพหุนาม ดีกรีสามถือเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่นักเรียนมักจะได้พบเจอ บ่อยครั้งที่เราต้องลดรูปสมการพหุนามที่อยู่ในรูปเลขยกกำลังสามให้อยู่ในรูปตัวคูณของพหุนามที่มีดีกรีต่ำลง ซึ่งวิธีการที่ได้ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยำที่สุดคือการใช้ “สูตรผลบวกกำลังสาม” และ “สูตรผลต่างกำลังสาม”

1. สูตรผลบวกกำลังสาม (Sum of Cubes Formula)

สูตรนี้ใช้สำหรับการแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีรูปแบบเป็นตัวเลขหรือตัวแปรสองตัวยกกำลังสามบวกกัน นิยามคือ:

a³ + b³ = (a + b)(a² - ab + b²)

ข้อสังเกตและเทคนิคการจำเครื่องหมาย:

  • พจน์วงเล็บแรกจะมีเครื่องหมายบวกตามโจทย์: (a + b)
  • พจน์วงเล็บหลัง พจน์ตรงกลางจะมีเครื่องหมายสลับเป็นลบ: - ab
  • พจน์สุดท้ายจะเป็นบวกเสมอ: + b²

2. สูตรผลต่างกำลังสาม (Difference of Cubes Formula)

สูตรนี้ใช้สำหรับการแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีรูปแบบเป็นตัวเลขหรือตัวแปรสองตัวยกกำลังสามลบกัน นิยามคือ:

a³ - b³ = (a - b)(a² + ab + b²)

ข้อสังเกตและเทคนิคการจำเครื่องหมาย:

  • พจน์วงเล็บแรกจะมีเครื่องหมายลบตามโจทย์: (a - b)
  • พจน์วงเล็บหลัง พจน์ตรงกลางจะมีเครื่องหมายเป็นบวก: + ab
  • พจน์สุดท้ายจะเป็นบวกเสมอ: + b²

ตัวอย่างการแยกตัวประกอบ

ตัวอย่างที่ 1 (ผลบวกกำลังสาม): จงแยกตัวประกอบของ $8x³ + 27$
วิธีทำ: จัดรูปให้อยู่ในรูปกำลังสามสมบูรณ์ก่อน
จะได้ $8x³ = (2x)³$ และ $27 = 3³$
จากสูตร $a³ + b³ = (a + b)(a² - ab + b²)$ ให้ $a = 2x$ และ $b = 3$
จะได้: $(2x + 3)((2x)² - (2x)(3) + 3²) = (2x + 3)(4x² - 6x + 9)$

ตัวอย่างที่ 2 (ผลต่างกำลังสาม): จงแยกตัวประกอบของ $x³ - 64$
วิธีทำ: จัดรูปให้อยู่ในรูปกำลังสาม
จะได้ $x³ - 4³$
จากสูตร $a³ - b³ = (a - b)(a² + ab + b²)$ ให้ $a = x$ และ $b = 4$
จะได้: $(x - 4)(x² + 4x + 16)$

การประยุกต์ใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง

การเรียนเรื่องผลบวกและผลต่างกำลังสามไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการสอบวัดผลในโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ ตัวอย่างการใช้งานจริง ได้แก่:

  1. การวิเคราะห์ฟังก์ชันและการอินทิเกรตในแคลคูลัส: การแยกตัวประกอบทำให้การตัดทอนตัวเศษและตัวส่วน (Simplify Fraction) ทำได้ง่ายขึ้น ปลดล็อกการหาลิมิตอินฟินิตี้หรือรูปแบบ 0/0
  2. คอมพิวเตอร์กราฟิกส์แบบ 3 มิติ: การทำเรนเดอร์พื้นผิวโค้งระดับกำลังสาม (เช่น Cubic Bezier Curves และ Surfaces) มักเกี่ยวข้องกับการแก้สมการกำลังสามในระบบพิกัดฉาก
  3. ฟิสิกส์เชิงโครงสร้าง: การหาจุดศูนย์ถ่วงหรือโมเมนต์ความเฉื่อยของรูปทรงปริมาตรบางชนิดที่เกิดจากการหมุนฟังก์ชันกำลังสาม

ด้วยเครื่องมือคำนวณออนไลน์นี้ คุณสามารถสลับโหมดการคำนวณทางตัวเลขเพื่อตรวจสอบคำตอบ หรือใช้เพื่อแสดงขั้นตอนการแยกตัวประกอบของสัมประสิทธิ์ตัวแปรอย่างรวดเร็ว สะดวก และถูกต้อง 100%

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณการแจกแจงแบบปัวซง (Poisson)

เครื่องมือคำนวณกฎการแจกแจงแบบปัวซง สำหรับหาความน่าจะเป็นของจำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขอบเขตที่กำหนด

คำนวณเส้นทแยงมุมรูปหลายเหลี่ยม

หาจำนวนเส้นทแยงมุมทั้งหมดของรูป n เหลี่ยม (Polygon)

มุมภายนอกของรูป N เหลี่ยม

เครื่องมือคำนวณหามุมภายนอกของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่า (Regular Polygon Exterior Angle) ขนาด N เหลี่ยม พร้อมสูตรและขั้นตอนวิธีคำนวณอย่างละเอียด

หาผลรวมมุมภายในรูปหลายเหลี่ยม

เครื่องมือคำนวณหาผลรวมของมุมภายใน และขนาดมุมแต่ละมุมของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่า

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)