โปรแกรมคำนวณระยะเวลาคืนทุนแผงโซลาร์
สำหรับประเทศไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4 - 5 ชั่วโมงต่อวัน
ผลการประเมินเบื้องต้น
การคำนวณนี้เป็นการประเมินเบื้องต้น โดยสมมติว่าใช้ไฟหมดพอดีกับที่ผลิตได้และไม่มีการเสื่อมสภาพ ระยะเวลาคืนทุนจริงอาจแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการใช้ไฟและค่าบำรุงรักษา
ทำไมการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) ถึงได้รับความนิยม?
ในปัจจุบันที่สภาพอากาศร้อนขึ้นและอัตราค่าไฟฟ้ายิ่งทวีความสูงขึ้นเรื่อยๆ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับภาคครัวเรือนและธุรกิจ ไม่เพียงแต่ช่วยลดบิลค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่ยังถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนอีกด้วย
ปัจจัยหลักในการคำนวณระยะเวลาคืนทุน (Payback Period)
ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ คำถามยอดฮิตคือ "กี่ปีถึงจะคืนทุน?" การหาระยะเวลาจุดคุ้มทุนนั้นขึ้นอยู่กับตัวแปรหลักๆ ดังต่อไปนี้:
- ต้นทุนการติดตั้งทั้งหมด (System Cost): รวมถึงราคาแผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ (Inverter) อุปกรณ์ยึดจับ สายไฟ และค่าแรงช่าง ยิ่งคุณได้ราคาต่อกิโลวัตต์ที่คุ้มค่า ระยะเวลาคืนทุนก็จะยิ่งสั้นลง
- กำลังการผลิต (System Capacity): ขนาดของระบบ (หน่วยเป็นกิโลวัตต์ หรือ kW) ยิ่งขนาดใหญ่ ต้นทุนรวมสูงขึ้น แต่ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการเลือกขนาดควรสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในตอนกลางวันของคุณ
- ปริมาณแสงแดดเฉลี่ย (Peak Sun Hours): ประเทศไทยมีความได้เปรียบสูงมากในเรื่องนี้ โดยเฉลี่ยแล้วเรามีชั่วโมงที่มีแดดเข้มข้น (Peak Sun Hours) ประมาณ 4-5 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
- อัตราค่าไฟฟ้า (Electricity Rate): หากอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วยสูงขึ้น มูลค่าของไฟฟ้าที่คุณประหยัดได้ก็จะสูงขึ้นตาม ทำให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลง
วิธีคิดคำนวณแบบง่ายๆ
หลักการคำนวณเบื้องต้นสามารถทำได้โดยเริ่มจากการคำนวณ ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ต่อปี (กิโลวัตต์-ชั่วโมง หรือ หน่วย) = ขนาดระบบ (kW) x จำนวนชั่วโมงแดดเฉลี่ยต่อวัน x 365 วัน
จากนั้น นำไปคำนวณหา ค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อปี = ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ต่อปี x อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย
เมื่อได้ค่าประหยัดรายปีแล้ว ก็นำ ต้นทุนการติดตั้งระบบ มาหารด้วย ค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อปี ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนปีที่คุณจะถึง จุดคุ้มทุน (Payback Period) นั่นเอง
ยกตัวอย่าง: หากติดตั้งระบบ 5 kW ราคา 150,000 บาท ผลิตไฟได้เฉลี่ยวันละ 22.5 หน่วย (สมมติแดด 4.5 ชม.) ปีหนึ่งผลิตได้ประมาณ 8,212 หน่วย หากค่าไฟหน่วยละ 5 บาท จะประหยัดได้ปีละประมาณ 41,060 บาท ระยะเวลาคืนทุนจะอยู่ที่ 150,000 / 41,060 = ประมาณ 3.65 ปี เท่านั้น
สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
เพื่อให้การคำนวณแม่นยำยิ่งขึ้น ควรคำนึงถึง พฤติกรรมการใช้ไฟ (Load Profile) หากคุณไม่ได้อยู่บ้านในตอนกลางวันและไม่มีแบตเตอรี่กักเก็บ การผลิตไฟได้มากอาจเกิดการ "ไหลย้อน" กลับสู่ระบบการไฟฟ้า (หากไม่ได้เข้าร่วมโครงการขายไฟคืน) ซึ่งอาจทำให้สูญเสียความคุ้มค่าไปบางส่วน นอกจากนี้ ควรเผื่ออัตราการเสื่อมสภาพของแผงโซลาร์ (ประมาณ 0.5% - 0.8% ต่อปี) และค่าใช้จ่ายในการล้างแผงและบำรุงรักษาระบบ (Maintenance Cost) เข้าไปพิจารณาด้วย
พลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืน
การเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากจะช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการใช้ พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่ก่อมลพิษ โปรแกรมคำนวณระยะเวลาคืนทุนของเราจึงเป็นเครื่องมือเบื้องต้นที่ดีเยี่ยมที่จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินและการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นใจ
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณ Water Footprint สินค้า
เปรียบเทียบปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้
ปริมาณขยะรีไซเคิลที่ลดได้ต่อปี
คำนวณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการคัดแยกและรีไซเคิลขยะประเภทต่างๆ
คำนวณ Carbon Footprint การเดินทาง
ประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางด้วยยานพาหนะประเภทต่างๆ
ค่าน้ำที่ประหยัดได้จากการเปลี่ยนพฤติกรรม
คำนวณปริมาณน้ำและเงินที่ประหยัดได้จากการลดเวลาอาบน้ำหรือปิดน้ำขณะแปรงฟัน
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)