กลับไปหน้าหลัก

เครื่องมือคำนวณรายได้ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Income)

สรุปรายได้ค่าลิขสิทธิ์

ยอดขายรวม (Gross Sales):฿500,000
ส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ (10%):฿50,000
หัก ค่าธรรมเนียม/เอเจนซี่:-฿0
หัก ภาษี ณ ที่จ่าย (3%):-฿1,500
รายได้สุทธิ (Net Income):฿48,500

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฿1,500 คุณสามารถขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากผู้จ่ายเงิน เพื่อนำไปเครดิตภาษีตอนสิ้นปีได้

ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee) คืออะไร และคำนวณอย่างไร?

ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee) คือ ผลตอบแทนหรือรายได้ที่เจ้าของผลงาน ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) หรือเจ้าของสิทธิ์ ได้รับจากการอนุญาตให้บุคคลอื่นนำผลงานนั้นไปใช้ ผลิตซ้ำ ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือจัดจำหน่ายเพื่อแสวงหาผลกำไร โดยมักจะตกลงจ่ายเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย (Sales Revenue) หรือจำนวนชิ้นที่ขายได้

ตัวอย่างการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ที่พบบ่อยในธุรกิจ

  • วงการหนังสือ: นักเขียนได้รับค่าลิขสิทธิ์ (Royalty) จากสำนักพิมพ์ เช่น 10% ของราคาปก คูณด้วยจำนวนเล่มที่พิมพ์หรือขายได้
  • วงการดนตรีและสื่อ: ศิลปิน นักแต่งเพลง ได้รับส่วนแบ่งจากการสตรีมเพลง ยอดวิว หรือการนำเพลงไปใช้ในโฆษณา
  • ธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise): ผู้ซื้อแฟรนไชส์ (Franchisee) ต้องจ่าย Royalty Fee ให้แก่เจ้าของแบรนด์ (Franchisor) เป็นรายเดือน เช่น 3-5% ของยอดขายสุทธิ
  • เทคโนโลยีและสิทธิบัตร: การอนุญาตให้บริษัทอื่นใช้สิทธิบัตรทางเทคโนโลยี (Patent Licensing) เพื่อผลิตสินค้า

กลไกและวิธีการคำนวณรายได้ค่าลิขสิทธิ์

การคำนวณค่าลิขสิทธิ์มักจะระบุไว้อย่างชัดเจนใน "สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์" (Licensing Agreement) ซึ่งประกอบด้วยตัวแปรสำคัญ ดังนี้:

1. ยอดขายรวม (Gross Sales) = จำนวนที่ขายได้ × ราคาต่อหน่วย

2. ค่าลิขสิทธิ์ขั้นต้น (Gross Royalty) = ยอดขายรวม × อัตราค่าลิขสิทธิ์ (%)

3. หักค่าธรรมเนียม (Deductions) เช่น ส่วนแบ่งเอเจนซี่ หรือแพลตฟอร์ม

4. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) = (ค่าลิขสิทธิ์ขั้นต้น - ค่าธรรมเนียม) × อัตราภาษี (%)

รายได้สุทธิที่ได้รับจริง = ค่าลิขสิทธิ์ขั้นต้น - ค่าธรรมเนียม - ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ประเด็นสำคัญเรื่อง "ภาษี" ที่คนรับค่าลิขสิทธิ์ต้องรู้

ตามประมวลรัษฎากรของประเทศไทย รายได้ที่เกิดจาก "ค่าลิขสิทธิ์" หรือ "เงินได้ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ สิทธิบัตร ฯลฯ" จัดเป็นเงินได้พึงประเมินมาตรา 40(3) ซึ่งมีข้อบังคับทางภาษีดังนี้:

  1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): โดยปกติหากผู้จ่ายเงินเป็นนิติบุคคล จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% สำหรับค่าลิขสิทธิ์ หรือ 15% กรณีจ่ายให้บริษัทในต่างประเทศ (ขึ้นอยู่กับอนุสัญญาภาษีซ้อน)
  2. การหักค่าใช้จ่าย: สำหรับบุคคลธรรมดา เงินได้มาตรา 40(3) เฉพาะค่าลิขสิทธิ์ สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท (หรือตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดล่าสุด)
  3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): หากรายได้รวมของปีนั้นเกิน 1.8 ล้านบาท ผู้รับสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอาจมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เว้นแต่จะเป็นการยกเว้นตามประเภทธุรกิจบางประเภท

ข้อแนะนำก่อนเซ็นสัญญา: ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่า อัตราเปอร์เซ็นต์ค่าลิขสิทธิ์นั้นคำนวณจากยอดขายรวม (Gross Sales) หรือยอดขายสุทธิหลังหักส่วนลดแล้ว (Net Sales) เพราะจะทำให้ตัวเลขรายได้ที่คุณจะได้รับแตกต่างกันอย่างมาก

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

กำไรหุ้น/คริปโต

จุดคุ้มทุน/กำไรสุทธิ

ผลตอบแทน ROI

ความคุ้มค่าการลงทุน

DCA หุ้น/กองทุน

ลงทุนรายเดือนสม่ำเสมอ

ค่าธรรมเนียมหุ้น

คอมมิชชั่น + VAT

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)