กลับไปหน้าหลัก

Net Promoter Score (NPS) Calculator

คำนวณคะแนนความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า

ข้อมูลผลสำรวจลูกค้า

ใส่จำนวนลูกค้าที่โหวตคะแนน 0-10 ให้กับธุรกิจของคุณ

กลุ่มแฟนคลับ พร้อมบอกต่อ

กลุ่มเฉยๆ อาจย้ายไปใช้คู่แข่งได้

กลุ่มไม่พอใจ มีโอกาสพูดถึงแบรนด์ในแง่ลบ

ผลลัพธ์ NPS

คะแนน NPS (จาก -100 ถึง 100)

30

ดีมาก (Great)

สัดส่วนลูกค้า (รวม 100 คน)

Promoters
50.0%
Passives
30.0%
Detractors
20.0%

วิธีคำนวณ: นำเปอร์เซ็นต์ของ Promoters มาลบด้วยเปอร์เซ็นต์ของ Detractors โดยไม่ต้องนำกลุ่ม Passives มาคำนวณ (NPS = %Promoters - %Detractors)

NPS (Net Promoter Score) คืออะไร? ดัชนีชี้วัดความภักดีของลูกค้า

ในยุคที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย การทำธุรกิจไม่สามารถวัดความสำเร็จด้วย "ยอดขาย" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ธุรกิจชั้นนำระดับโลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับ NPS (Net Promoter Score) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความพึงพอใจและ "ความภักดี" (Loyalty) ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์

NPS มาจากคำถามเพียงข้อเดียว

หลักการของ NPS ถูกคิดค้นขึ้นโดย Fred Reichheld ร่วมกับ Bain & Company โดยอิงจากการถามลูกค้าด้วยคำถามที่ทรงพลังที่สุดเพียง 1 ข้อ คือ:

"จากคะแนน 0-10 คุณมีโอกาสที่จะแนะนำสินค้า/บริการของเรา ให้เพื่อนหรือคนรู้จักมากน้อยแค่ไหน?"

จากนั้นนำคะแนนที่ได้มาแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 3 ประเภท:

  • Promoters (ให้คะแนน 9-10): กลุ่มลูกค้าที่มีความจงรักภักดีสูง (Loyal Fans) ชอบสินค้ามากจนพร้อมที่จะกลายเป็น "กระบอกเสียง" แนะนำคนอื่นให้มาซื้อ (Word-of-Mouth) กลุ่มนี้จะซื้อซ้ำและช่วยสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน
  • Passives (ให้คะแนน 7-8): กลุ่มลูกค้าที่พึงพอใจแต่ "เฉยๆ" ไม่ได้ผูกพันกับแบรนด์เป็นพิเศษ พร้อมที่จะย้ายไปใช้สินค้าของคู่แข่งทันทีที่มีโปรโมชันหรือข้อเสนอที่ดีกว่า กลุ่มนี้จะไม่ถูกนำมาคิดในสูตร NPS
  • Detractors (ให้คะแนน 0-6): กลุ่มลูกค้าที่ไม่พอใจ (Unhappy Customers) นอกจากพวกเขาจะไม่กลับมาซื้อซ้ำแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงมากที่จะไปรีวิวในแง่ลบ หรือบอกต่อเพื่อนๆ ไม่ให้มาใช้บริการแบรนด์ของคุณ

สูตรและวิธีคำนวณ NPS

NPS = (% ลูกค้ากลุ่ม Promoters) - (% ลูกค้ากลุ่ม Detractors)

ผลลัพธ์ของคะแนน NPS จะไม่ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่จะเป็น "ตัวเลขดิบ" ที่มีค่าตั้งแต่ -100 (ทุกคนเป็น Detractor หมด) จนถึง +100 (ทุกคนเป็น Promoter หมด)

เกณฑ์การประเมินคะแนน NPS

คะแนน NPS เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าดี? เกณฑ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม (Industry Benchmark) แต่โดยหลักสากลแล้ว:

  • คะแนนต่ำกว่า 0: สัญญาณอันตราย! แสดงว่าธุรกิจของคุณมีคนต่อต้านและด่ามากกว่าคนชม ต้องรีบแก้ไขคุณภาพสินค้าหรือการบริการโดยด่วน
  • คะแนน 1 - 30: ถือว่า ดี (Good) ธุรกิจสอบผ่าน มีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์
  • คะแนน 31 - 70: ถือว่า ดีมาก (Great) ธุรกิจแข็งแกร่ง มีฐานลูกค้าประจำสูง คู่แข่งแย่งตลาดได้ยาก
  • คะแนน 71 - 100: ถือว่า ยอดเยี่ยมระดับโลก (Excellent) ระดับเดียวกับ Apple, Tesla, หรือ Starbucks ซึ่งแบรนด์เหล่านี้แทบไม่ต้องใช้งบโฆษณาหาลูกค้าใหม่ เพราะลูกค้าเก่าจะชักชวนเพื่อนมาให้เอง

สรุป: การวัดผล NPS เป็นประจำ (เช่น ทุกไตรมาส) และการตามไปสอบถาม (Follow-up) เหตุผลเชิงลึกว่าทำไมลูกค้าถึงให้คะแนน 0-6 เพื่อนำมาปรับปรุง จะช่วยอุดรอยรั่วของธุรกิจ และดันให้แบรนด์เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

เครื่องมือคำนวณงบลงทุนเปิดแฟรนไชส์ (Total Franchise Cost)

คำนวณเงินลงทุนรวมทั้งหมดในการซื้อและเปิดร้านแฟรนไชส์ (ค่าธรรมเนียม, ค่าก่อสร้าง, อุปกรณ์ และเงินทุนหมุนเวียนสำรอง)

เครื่องมือคำนวณค่านายหน้าอสังหาฯ

คำนวณค่านายหน้า (คอมมิชชั่น) อสังหาริมทรัพย์ พร้อมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)

เครื่องมือคำนวณ MRR และ ARR (SaaS/Subscription)

คำนวณรายได้ประจำรายเดือน (MRR) และรายได้ประจำรายปี (ARR) ของธุรกิจรูปแบบสมัครสมาชิก

จุดคุ้มทุนแยกช่องทาง

เปรียบเทียบจุดคุ้มทุนระหว่างการขายหน้าร้าน (Retail) และออนไลน์ (Online)

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)