คำนวณรายได้ขายไฟคืนโครงการโซลาร์ภาคประชาชน (Net Metering)
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เป็นนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปที่มีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) สามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ 'ส่วนเกิน' จากการใช้งานภายในบ้าน ไปขายคืนให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ ในอัตรารับซื้อที่กำหนด (ปัจจุบันอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย) เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณประเมินรายได้เบื้องต้นว่าในแต่ละเดือน หากคุณมีไฟเหลือและขายคืน จะได้เงินกลับมาเท่าไหร่
ต้องทำอย่างไรถึงจะขายไฟคืนได้?
1. ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 (บ้านอยู่อาศัย) 2. ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ตามมาตรฐานที่กำหนดและใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรอง 3. ยื่นเรื่องขออนุญาตขนานไฟและขายไฟคืนกับหน่วยงานการไฟฟ้าในพื้นที่ 4. เปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบดิจิทัลที่สามารถอ่านค่าไฟไหลย้อนกลับได้ (Bidirectional Meter) โดยการไฟฟ้าจะเป็นผู้ดำเนินการ 5. เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
ทำไมราคารับซื้อไฟถึงถูกกว่าราคาที่ซื้อจากการไฟฟ้า?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราซื้อไฟจากการไฟฟ้าหน่วยละประมาณ 4-5 บาท แต่พอขายคืนกลับได้แค่ 2.20 บาท เหตุผลหลักคือ โครงสร้างค่าไฟที่เราซื้อนั้นรวมค่าสายส่ง ค่าบำรุงรักษา และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศแล้ว ในขณะที่ไฟที่เราขายคืนถือเป็นเพียง 'พลังงานดิบ' ที่จ่ายเข้าสู่ระบบ ดังนั้น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่คุ้มค่าที่สุดคือ 'การเน้นผลิตเพื่อใช้เอง' ในช่วงกลางวันให้มากที่สุด เพื่อลดการซื้อไฟแพงๆ ส่วนการขายคืนควรเป็นเพียงทางเลือกสำหรับ 'ไฟส่วนเกิน' เท่านั้น
ข้อจำกัดและข้อควรระวัง
การรับซื้อไฟคืนในโครงการนี้มีระยะเวลาสัญญากำหนดไว้ (เช่น 10 ปี) และขนาดกำลังการผลิตติดตั้งต้องไม่เกินที่การไฟฟ้ากำหนด (มักจะไม่เกิน 10 kW สำหรับระบบ 1 เฟส และ 50 kW สำหรับ 3 เฟส) นอกจากนี้ รายได้ที่ได้จากการขายไฟอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย