คำนวณต้นทุนสินค้านำเข้าและราคาขาย (Import & Markup)
สรุปต้นทุนนำเข้า (Landed Cost)
* ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ขาเข้า 7%
การตั้งราคาขาย
การคำนวณต้นทุนสินค้านำเข้า และการตั้งราคาด้วย Markup
การทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ (Import Business) เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหลายรายมักพลาดเรื่องการตั้งราคาขาย เพราะคำนวณต้นทุนผิดพลาด โดยมักคิดเพียงแค่ "ค่าสินค้า + ค่าขนส่ง" เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การนำเข้าสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายยังมี "ต้นทุนแฝง" อื่นๆ อีกหลายประการ โดยเฉพาะ อากรขาเข้า (Import Duty)
ต้นทุนนำเข้าที่แท้จริง (Landed Cost) คืออะไร?
Landed Cost คือ ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ จนกระทั่งสินค้าส่งมาถึงโกดังหรือสถานที่ของผู้ซื้อ ประกอบไปด้วย:
- ค่าสินค้า (Product Cost): ราคาของตัวสินค้าที่ตกลงกับผู้ขาย (Supplier) มักเป็นราคา FOB (Free On Board) หรือ EXW (Ex Works)
- ค่าขนส่งระหว่างประเทศและประกันภัย (Freight & Insurance): ค่าใช้จ่ายในการนำของลงเรือหรือเครื่องบิน รวมถึงประกันภัยระหว่างขนส่ง
- อากรขาเข้า (Import Duty): ภาษีที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเมื่อนำสินค้าเข้าประเทศ โดยจะคิดจากฐานราคา CIF (Cost + Insurance + Freight) เสมอ อัตราอากรขาเข้าจะแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า (HS Code) ซึ่งอาจมีตั้งแต่ 0% ไปจนถึงกว่า 30% หรือมากกว่านั้น
หมายเหตุ: ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ที่ต้องจ่ายตอนนำเข้า มักจะไม่ถูกนำมารวมใน "ต้นทุนตั้งราคา" หากธุรกิจของคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะสามารถนำไปใช้เป็นภาษีซื้อ (Input Tax) เพื่อหักล้างกับภาษีขาย (Output Tax) ได้ แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน VAT จะต้องนับเป็นต้นทุนด้วย
ความแตกต่างระหว่าง Markup และ Margin
เมื่อเราทราบ Landed Cost หรือต้นทุนสุทธิแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการบวกกำไรเพื่อตั้งราคาขาย ซึ่งมี 2 คำศัพท์ที่มักทำให้สับสน คือ Markup และ Margin:
- Markup (การบวกราคาเพิ่มจากต้นทุน): คือสัดส่วนของกำไรเมื่อเทียบกับ ต้นทุน
สูตร: Markup % = (กำไร / ต้นทุน) x 100
เช่น ต้นทุน 100 บาท ต้องการ Markup 40% ราคาขายคือ 100 + (100 * 40%) = 140 บาท - Margin (อัตรากำไรขั้นต้น): คือสัดส่วนของกำไรเมื่อเทียบกับ ราคาขาย
สูตร: Margin % = (กำไร / ราคาขาย) x 100
ในกรณีข้างต้น กำไร 40 บาท ราคาขาย 140 บาท Margin จะเท่ากับ (40 / 140) x 100 = 28.57%
ทำไมการตั้งราคาให้ถูกต้องจึงสำคัญ?
การคำนวณ Landed Cost ที่แม่นยำและการเลือกใช้ Markup ที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณเห็น "กำไรที่แท้จริง" และไม่เผลอขายสินค้าตัดราคาจนตัวเองขาดทุน นอกจากนี้ ควรเผื่อพื้นที่ของ Markup สำหรับเป็นส่วนลด (Discount), ค่าการตลาด, แคมเปญส่งเสริมการขาย, และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (Shopee, Lazada, TikTok) เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อัตราการใช้กำลังการผลิต
คำนวณประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรเทียบกับขีดจำกัดสูงสุด
ต้นทุนต่อหน่วย (ผลิต)
คำนวณต้นทุนรวมต่อการผลิตสินค้า 1 ชิ้น
คำนวณราคาส่งและราคาปลีก
คำนวณโครงสร้างราคาขายและอัตรากำไรสำหรับผู้ผลิตและร้านค้า
ความคุ้มค่าค่าเช่าพื้นที่
ประเมินจุดคุ้มทุนและกำไรจากการเช่าหน้าร้าน
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)