ทำความเข้าใจความสว่าง: Lux, Lumens และ Foot-candle
การออกแบบแสงสว่างภายในบ้านหรือสถานที่ทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่มักถูกมองข้าม แสงสว่างที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสวยงามและมองเห็นได้ชัดเจนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่ออารมณ์ สุขภาพสายตา และประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย ในการเลือกซื้อหลอดไฟหรือออกแบบแสงสว่าง เรามักจะเจอคำศัพท์ 3 คำนี้ ได้แก่ ลูเมน (Lumens), ลักซ์ (Lux) และ ฟุตแคนเดิล (Foot-candle)
Lumens vs Lux ต่างกันอย่างไร?
- ลูเมน (Lumens - lm): คือหน่วยวัด ปริมาณแสงสว่างทั้งหมด ที่หลอดไฟเปล่งออกมา ยิ่งค่าลูเมนมาก หลอดไฟดวงนั้นก็ยิ่งสว่างมาก (เทียบได้กับปริมาณน้ำที่พ่นออกจากสายยาง)
- ลักซ์ (Lux - lx): คือหน่วยวัด ความสว่างที่ตกลงบนพื้นที่ (Illuminance) โดย 1 Lux เท่ากับ 1 ลูเมนต่อตารางเมตร (1 lm/m²) ดังนั้น แม้หลอดไฟจะมีลูเมนเท่าเดิม แต่ถ้านำไปติดในห้องที่กว้างขึ้น ค่า Lux ที่ได้ก็จะลดลง (เทียบได้กับความเปียกของพื้นเมื่อโดนน้ำ)
Foot-candle คืออะไร?
Foot-candle (fc) เป็นหน่วยวัดความสว่างที่นิยมใช้ในฝั่งอเมริกา โดยนิยามจากความสว่างของแสงเทียน 1 เล่มที่ตกกระทบลงบนพื้นที่ในรัศมี 1 ฟุต การแปลงหน่วยสามารถทำได้ง่ายๆ คือ 1 Foot-candle มีค่าประมาณ 10.76 ลักซ์ เครื่องมือนี้จึงมีฟังก์ชันแปลงหน่วยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่อ่านแบบฝรั่ง
การคำนวณหาจำนวนหลอดไฟที่ต้องใช้
หากคุณต้องการทราบว่าห้องๆ หนึ่งควรติดหลอดไฟกี่ดวง สามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้:
- กำหนดค่า Lux เป้าหมาย: แต่ละห้องต้องการความสว่างไม่เท่ากัน เช่น ห้องนอนต้องการแสงสลัวๆ เพื่อการพักผ่อน (150 Lux) ในขณะที่ห้องทำงานหรืออ่านหนังสือต้องการแสงสว่างที่ชัดเจน (500 Lux)
- คำนวณพื้นที่ห้อง: หาพื้นที่เป็นตารางเมตร (กว้าง × ยาว)
- หาค่า Lumens รวม: เอาค่า Lux × พื้นที่ตารางเมตร = จำนวน Lumens ทั้งหมดที่ต้องการ
- หาจำนวนหลอดไฟ: นำค่า Lumens รวมไปหารกับค่า Lumens ของหลอดไฟที่คุณจะซื้อ (ดูได้จากข้างกล่อง) ตัวอย่างเช่น ห้องทำงานต้องการ 10,000 Lumens หากใช้หลอดไฟ LED ที่มีค่า 1,000 Lumens ก็จะต้องใช้หลอดไฟทั้งหมด 10 หลอด
หมายเหตุ: การคำนวณนี้เป็นค่าประมาณการเบื้องต้น ในความเป็นจริงอาจต้องเผื่อค่าการสะท้อนแสงของผนัง (สีเข้มดูดซับแสง สีอ่อนสะท้อนแสง) ความสูงของเพดาน และรูปแบบของโคมไฟด้วย