Landed Cost Calculator
Total Landed Cost
ต้นทุนรวมทั้งหมด
ต้นทุนต่อชิ้น
Landed Cost (ต้นทุนสินค้านำเข้า) คืออะไร?
Landed Cost หรือต้นทุนสินค้าเมื่อถึงมือ (หรือโกดัง) คือผลรวมของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการนำสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายต้นทาง มาจนถึงสถานที่ของผู้ซื้อหรือจุดหมายปลายทาง การคำนวณ Landed Cost ที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก (Import/Export) รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องสั่งสินค้าจากต่างประเทศ เนื่องจากหากคำนวณผิดพลาด อาจทำให้การตั้งราคาขายขาดทุนได้โดยไม่รู้ตัว
ส่วนประกอบของ Landed Cost
การคำนวณ Landed Cost ที่สมบูรณ์แบบจะต้องนำเอาค่าใช้จ่ายแอบแฝงทั้งหมดมารวมด้วย โดยทั่วไปจะประกอบด้วย:
- Product Cost (ราคาสินค้า) - ต้นทุนค่าสินค้าที่จ่ายให้กับผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์
- Shipping & Freight (ค่าขนส่ง) - ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทางเรือ (Sea Freight) ทางอากาศ (Air Freight) หรือทางรถ
- Customs & Duties (อากรขาเข้าและภาษี) - ภาษีศุลกากร ซึ่งแต่ละประเภทสินค้าจะพิกัดอัตราอากร (HS Code) ที่แตกต่างกันออกไป (ในไทยอาจต้องรวม VAT 7% ด้วยหากจะคำนวณต้นทุนเงินสด)
- Insurance (ค่าประกันภัย) - ค่าเบี้ยประกันภัยสินค้าระหว่างการขนส่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสินค้าสูญหายหรือเสียหาย
- Other Fees (ค่าธรรมเนียมอื่นๆ) - เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากร (Customs Clearance) ค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือ (Port Charges) หรือค่าจัดเก็บ (Storage fees)
สูตรการคำนวณ Landed Cost
Total Landed Cost = Product Cost + Shipping + Customs Duties + Insurance + Other Fees
เมื่อได้ Total Landed Cost (ต้นทุนรวม) แล้ว ให้นำมาหารด้วยจำนวนชิ้นของสินค้า (Number of Units) เพื่อหา Landed Cost Per Unit (ต้นทุนต่อชิ้น) ซึ่งเป็นตัวเลขที่จะนำไปใช้ตั้งราคาขายปลีกหรือประเมินอัตรากำไร (Profit Margin)
ทำไมการรู้ Landed Cost ที่แม่นยำจึงสำคัญ?
หลายธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นมักจะมองแค่ราคาสินค้าหน้าโรงงาน (FOB price) แล้วนำมาตั้งราคาขายทันที ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อย การละเลยค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ภาษีนำเข้า หรือแม้แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจทำให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ของคุณกลายเป็นติดลบ การคำนวณ Landed Cost ล่วงหน้าช่วยให้:
- ตั้งราคาขายได้อย่างเหมาะสม (Pricing Strategy): ให้ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมดและมีกำไรตามเป้าหมาย
- เปรียบเทียบซัพพลายเออร์ (Supplier Comparison): สินค้าราคาถูกจากบางประเทศอาจมีค่าขนส่งและภาษีนำเข้าที่สูงกว่า ทำให้ต้นทุนสุดท้ายแพงกว่าการซื้อจากซัพพลายเออร์ในประเทศ
- วิเคราะห์ความคุ้มค่า (Profitability Analysis): ช่วยประเมินว่าสินค้านี้คุ้มค่าที่จะนำเข้ามาขายหรือไม่
อ้างอิง: หลักการบัญชีและการค้าระหว่างประเทศว่าด้วยการคำนวณต้นทุนสินค้าคงคลัง (Inventory Valuation) และแนวทางจากกรมศุลกากร
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณ DSCR (อัตราส่วนการชำระหนี้)
วิเคราะห์อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) สำหรับการลงทุนและขอสินเชื่ออสังหาฯ
คำนวณ Cost per Wear
คำนวณความคุ้มค่าของเสื้อผ้าและของใช้แฟชั่นต่อการสวมใส่ 1 ครั้ง
คำนวณงบประมาณเสื้อผ้าต่อปี
จัดสรรงบประมาณเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้สอดคล้องกับรายได้ต่อเดือนอย่างคุ้มค่า
คำนวณค่าใช้จ่ายครีมบำรุงผิว
คำนวณยอดเงินสะสมรายเดือนและรายปีของรูทีนสกินแคร์และเครื่องสำอาง
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)