กลับไปหน้าหลัก

Inventory Costing (FIFO vs AVCO)

Inventory Purchases

Total Available: 450 unitsValue: ฿25,250

FIFO (เข้าก่อน-ออกก่อน)

Cost of Goods Sold
฿11,600
ต้นทุนขาย
Ending Inventory
฿13,650
มูลค่าสินค้าคงเหลือ

AVCO (ต้นทุนถัวเฉลี่ย)

Cost of Goods Sold
฿12,344
ต้นทุนขาย (@ ฿56.11/unit)
Ending Inventory
฿12,906
มูลค่าสินค้าคงเหลือ

Note: In a period of rising prices (inflation), FIFO yields lower COGS and higher profit, while AVCO smooths out price fluctuations.

การตีราคาสินค้าคงคลัง: FIFO vs AVCO

ในทางธุรกิจและการบัญชี เมื่อเราซื้อสินค้าล็อตใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ ในราคาต้นทุนที่ "ไม่เท่ากัน" (ส่วนใหญ่มักจะแพงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ) เมื่อเราขายสินค้าออกไป คำถามคือ "เราจะใช้ต้นทุนของล็อตไหนมาคำนวณเป็น ต้นทุนขาย (COGS)?" และมูลค่าสินค้าคงเหลือในโกดัง (Ending Inventory) ควรจะเป็นเท่าไหร่? วิธีการที่นิยมใช้กันทั่วโลกมี 2 วิธีหลัก คือ FIFO และ AVCO (หรือ Weighted Average)

1. FIFO (First-In, First-Out)

เข้าก่อน-ออกก่อน: สมมติฐานของวิธีนี้คือ สินค้าล็อตแรกที่ซื้อเข้ามา (ซึ่งมักจะราคาถูกกว่า) จะถูกนำไปขายก่อน ดังนั้น ต้นทุนของสินค้าที่ขายไป (COGS) จะสะท้อนราคาต้นทุนเก่าที่ต่ำกว่า ในขณะที่สินค้าคงเหลือปลายงวดในโกดัง จะถูกตีมูลค่าด้วยราคาล่าสุดของล็อตใหม่

  • ข้อดี: มูลค่าสินค้าคงเหลือในงบดุล (Balance Sheet) จะใกล้เคียงกับราคาตลาดปัจจุบันมากที่สุด
  • ผลกระทบ: ในยุคที่ของแพงขึ้น (Inflation) วิธี FIFO จะทำให้ต้นทุนขาย (COGS) ต่ำ ส่งผลให้ "กำไรสุทธิ (Net Profit)" สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลมากขึ้นด้วย

2. AVCO (Average Cost / Weighted Average)

ต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก: วิธีนี้จะไม่สนว่าของล็อตไหนเข้าก่อนหรือเข้าหลัง แต่นำมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่มี หารด้วยจำนวนชิ้นทั้งหมด เพื่อหา "ราคาเฉลี่ยต่อชิ้น" แล้วใช้ราคาเฉลี่ยนั้นเป็นทั้งต้นทุนขาย (COGS) และมูลค่าสินค้าคงเหลือ

  • ข้อดี: เรียบง่าย ลดความผันผวนของต้นทุน ช่วยเกลี่ยตัวเลขกำไรไม่ให้กระโดดไปมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคาซื้ออย่างรวดเร็ว
  • ผลกระทบ: กำไรที่แสดงในงบกำไรขาดทุนจะอยู่ตรงกลาง ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เหมาะกับสินค้าที่แยกแยะล็อตการผลิตได้ยาก เช่น น้ำมัน หรือสารเคมี

ควรเลือกใช้วิธีไหน?

มาตรฐานการบัญชี (เช่น TFRS หรือ IFRS) อนุญาตให้ใช้ทั้ง 2 วิธี (ไม่อนุญาตให้ใช้ LIFO) การเลือกใช้วิธีใดจะต้องใช้วิธีนั้นอย่างสม่ำเสมอ (Consistency) ไม่สามารถเปลี่ยนไปมาได้ตามใจชอบ ธุรกิจส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่มีระบบ POS หรือ WMS มักจะนิยมใช้ FIFO เพราะสะท้อนความเป็นจริงของการระบายสต็อกสินค้า (โดยเฉพาะสินค้าที่มีวันหมดอายุ)

อ้างอิง: มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 (TAS 2) เรื่อง สินค้าคงเหลือ (Inventories)

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณต้นทุนสินค้านำเข้า

คำนวณต้นทุนสินค้านำเข้ารวมค่าขนส่ง ภาษี และค่าธรรมเนียม เพื่อหาราคาต้นทุนต่อชิ้นที่แท้จริง

คำนวณ EBITDA

คำนวณกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน

คำนวณอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า (FX Forward)

คำนวณและประเมินความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วยสัญญา Forward

เครื่องมือคำนวณอัตราการเติบโต (CAGR)

คำนวณอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate) เพื่อประเมินผลตอบแทนหรือธุรกิจระยะยาว

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)