กลับไปหน้าหลัก

เครื่องมือคำนวณต้นทุนนำเข้า/ส่งออก (EXW/FOB/CIF)

ต้นทุนสินค้าและประเทศต้นทาง

การขนส่งระหว่างประเทศ

ประเทศปลายทาง

สรุปต้นทุนตาม Incoterms

EXW (Ex Works)100,000

ต้นทุนเฉพาะค่าสินค้า ณ หน้าโรงงานผู้ขาย

FOB (Free on Board)107,000

EXW + ค่าขนส่งและศุลกากรฝั่งขาออก

CIF (Cost, Insurance & Freight)128,500

FOB + ค่าระวางเรือ/เครื่องบิน + ค่าประกันภัย

Total Landed Cost152,869.75

ต้นทุนรวมทั้งหมดจนถึงคลังสินค้าผู้ซื้อ (Landed Cost)

อากรขาเข้า (Duty)6,425
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)9,444.75
ค่าศุลกากรและขนส่งปลายทาง8,500

Incoterms คืออะไร? ทำความเข้าใจ EXW, FOB, CIF สำหรับการนำเข้าและส่งออก

ในการค้าระหว่างประเทศ การตกลงเรื่องความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง หอการค้านานาชาติ (ICC) จึงได้กำหนดมาตรฐานที่เรียกว่า Incoterms (International Commercial Terms) ขึ้นมา เพื่อเป็นข้อตกลงสากลที่ใช้กันทั่วโลก Incoterms ฉบับล่าสุดคือปี 2020

คำศัพท์พื้นฐาน Incoterms ที่พบบ่อย (EXW, FOB, CIF)

1. EXW (Ex Works)

ความหมาย: ผู้ขายรับผิดชอบเพียงแค่เตรียมสินค้าให้พร้อมส่งมอบ ณ สถานที่ของผู้ขาย (เช่น หน้าโรงงานหรือโกดังของผู้ขาย) ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงทั้งหมดหลังจากนั้น ตั้งแต่การยกสินค้าขึ้นรถ ค่าขนส่งในประเทศต้นทาง ค่าพิธีการศุลกากรขาออก ค่าระวางเรือ จนถึงปลายทาง

เหมาะสำหรับ: ผู้ซื้อที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในประเทศต้นทาง และสามารถจัดการขนส่งได้เองด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า

2. FOB (Free on Board)

ความหมาย: ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจนกระทั่งสินค้าถูกโหลดขึ้นเรือ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้ ผู้ขายต้องเป็นผู้ทำพิธีการศุลกากรขาออกให้เรียบร้อย หลังจากสินค้าวางบนเรือแล้ว ความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย (ค่าระวางเรือ, ประกันภัย, ค่าใช้จ่ายปลายทาง) จะตกเป็นของผู้ซื้อ

ข้อควรรู้: FOB ใช้สำหรับการขนส่งทางทะเลหรือทางน้ำภายในประเทศเท่านั้น ไม่ครอบคลุมการขนส่งทางอากาศ (ควรใช้ FCA แทน)

3. CIF (Cost, Insurance, and Freight)

ความหมาย: ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนถึงท่าเรือปลายทางที่ระบุ รวมถึงค่าระวางเรือและค่าประกันภัยสินค้า (ขั้นต่ำ) แต่ ความเสี่ยง โอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่สินค้าถูกโหลดขึ้นเรือที่ต้นทางแล้ว หมายความว่าหากสินค้าเสียหายระหว่างทาง ผู้ซื้อจะต้องไปเคลมประกันเอง

ข้อควรรู้: เช่นเดียวกับ FOB เงื่อนไข CIF ใช้กับการขนส่งทางน้ำเท่านั้น หากเป็นทางอากาศหรือขนส่งหลายรูปแบบรวมกันจะใช้ CIP แทน

Landed Cost หรือต้นทุนรวมจนถึงคลังสินค้า

เวลาคำนวณต้นทุนสินค้านำเข้า ผู้ประกอบการมักจะไม่ได้ดูแค่ราคา FOB หรือ CIF แต่จะดูที่ Landed Cost (ต้นทุนสินค้าส่งถึงมือ) ซึ่งจะรวมถึง:

  • ค่าสินค้าเบื้องต้น (Product Cost)
  • ค่าขนส่งระหว่างประเทศและประกันภัย (Freight & Insurance)
  • อากรขาเข้า (Import Duty): คำนวณจากฐานราคา CIF (ราคาของ + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) x อัตราอากรของสินค้านั้นๆ (HS Code)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): สำหรับประเทศไทยอยู่ที่ 7% โดยฐานในการคำนวณ VAT คือ (CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิตถ้ามี) x 7%
  • ค่าพิธีการและค่าธรรมเนียมปลายทาง: เช่น ค่าบริการชิปปิ้ง ค่าธรรมเนียมท่าเรือ (THC) และค่ารถบรรทุกจากท่าเรือมายังโกดังของผู้ซื้อ

ทำไมการเลือก Incoterms ถึงสำคัญ?

การเลือก Incoterms ที่เหมาะสมมีผลโดยตรงต่อต้นทุนแฝงและการบริหารความเสี่ยง หากคุณเป็นผู้นำเข้ามือใหม่ การตกลงซื้อแบบ CIF หรือ DAP/DDP อาจจะสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องจัดการโลจิสติกส์มากนัก แต่ผู้ขายมักจะบวกกำไร (Markup) ลงไปในค่าขนส่งทำให้ต้นทุนสินค้ารวมสูงขึ้น

ในทางกลับกัน หากซื้อแบบ EXW หรือ FOB คุณอาจได้ราคาของที่ถูกกว่า และสามารถหา Freight Forwarder ที่ให้เรทค่าระวางเรือที่ดีกว่ามาจัดการแทนได้ แต่คุณก็ต้องรับภาระและความเสี่ยงในการติดต่อประสานงานที่มากขึ้น

ข้อแนะนำ: ควรขอใบเสนอราคาทั้งแบบ EXW, FOB และ CIF จากผู้ขาย จากนั้นนำมาเทียบกับค่าขนส่งจาก Forwarder ของคุณเอง เพื่อหาทางเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณราคาส่งและราคาปลีก

คำนวณโครงสร้างราคาขายและอัตรากำไรสำหรับผู้ผลิตและร้านค้า

ความคุ้มค่าค่าเช่าพื้นที่

ประเมินจุดคุ้มทุนและกำไรจากการเช่าหน้าร้าน

เปรียบเทียบฟรีแลนซ์และพนักงาน

คำนวณและเปรียบเทียบต้นทุนแฝงในการจ้างงาน

คำนวณค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท

คำนวณค่าธรรมเนียมรัฐและอากรแสตมป์เบื้องต้นในการจดทะเบียนตั้งบริษัท

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)