บำนาญข้าราชการ สูตรดั้งเดิม (พ.ศ. 2494) คืออะไร?
ก่อนหน้าที่จะมีการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ในปี พ.ศ. 2540 ข้าราชการไทยทุกคนจะอยู่ภายใต้ระบบบำเหน็จบำนาญที่อ้างอิงจาก พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494ซึ่งปัจจุบันมักเรียกกันว่า "บำนาญสูตรดั้งเดิม" หรือ "บำนาญ พ.ร.บ. 2494" ระบบนี้เป็นระบบที่รัฐรับภาระการจ่ายเงินบำนาญให้กับข้าราชการผู้เกษียณอายุเพียงฝ่ายเดียว 100% โดยที่ข้าราชการไม่ต้องถูกหักเงินเดือนเพื่อสมทบเข้ากองทุนแต่อย่างใด
สูตรการคำนวณเงินบำนาญสูตรดั้งเดิม
สูตรดั้งเดิมมีจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ข้าราชการหลายคนชื่นชอบ นั่นคือการใช้ "เงินเดือนเดือนสุดท้าย" ในการคำนวณ ซึ่งมักจะเป็นอัตราเงินเดือนที่สูงที่สุดในชีวิตการรับราชการ โดยมีสูตรดังนี้:
*โดยผลลัพธ์ต้องไม่เกินเงินเดือนเดือนสุดท้าย (100%)
เปรียบเทียบสูตรดั้งเดิม กับ สูตร กบข.
ผู้ที่ยังสามารถใช้สูตรดั้งเดิมนี้ได้ คือข้าราชการที่บรรจุก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 และปฏิเสธการเข้าเป็นสมาชิก กบข. หรือผู้ที่ทำเรื่องขอลาออกจาก กบข. (ตามเงื่อนไขของกฎหมายในบางช่วงเวลา หรือโครงการ Undoing) เมื่อเปรียบเทียบกับสูตร กบข. สูตรดั้งเดิมจะมีข้อแตกต่างหลักๆ 3 ประการ คือ:
| ประเด็นการเปรียบเทียบ | สูตรดั้งเดิม (พ.ร.บ. 2494) | สูตร กบข. |
|---|---|---|
| ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ | เงินเดือน เดือนสุดท้าย | เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย |
| เพดานสูงสุดของบำนาญ | รับได้สูงสุดถึง 100% ของเงินเดือนสุดท้าย | จำกัดเพดานสูงสุดที่ 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย |
| เงินก้อนตอนเกษียณ | ไม่มีเงินก้อนแถมให้ (รับเฉพาะบำนาญรายเดือน) | ได้เงินก้อนจากเงินสะสม, เงินสมทบ, ชดเชย และผลประโยชน์ (หลักแสนถึงล้านบาท) |
สรุปแล้วสูตรไหนดีกว่ากัน?
หากมองในมุมของ "รายรับรายเดือน" สูตรดั้งเดิมจะให้ตัวเลขที่สูงกว่าเสมอ เพราะฐานเงินเดือนเดือนสุดท้ายย่อมสูงกว่าค่าเฉลี่ย 60 เดือน และไม่มีเพดาน 70% มากดทับ แต่หากมองในมุมของ "สภาพคล่อง" การอยู่ในระบบ กบข. จะทำให้คุณมี "เงินก้อน" ก้อนใหญ่ในวันเกษียณ ซึ่งสามารถนำไปปิดหนี้บ้าน ซื้อรถใหม่ หรือลงทุนต่อยอดได้ทันที ในขณะที่ผู้รับบำนาญสูตรดั้งเดิมจะต้องอาศัยการค่อยๆ ทยอยรับเงินบำนาญไปเรื่อยๆ ในแต่ละเดือน ดังนั้น ความคุ้มค่าจึงขึ้นอยู่กับแผนการเงิน, ภาระหนี้สินในวัยเกษียณ และวินัยการออมส่วนตัวของแต่ละบุคคลด้วย