ทำความรู้จักกับ Gross National Happiness (GNH) ดัชนีความสุขที่มากกว่าเรื่องเงินทอง
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ทั่วโลกใช้ GDP (Gross Domestic Product - ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) เป็นมาตรวัดความสำเร็จและการพัฒนาของประเทศ แต่ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบโจทย์ "คุณภาพชีวิต" หรือ "ความสุข" ที่แท้จริงของประชากรได้ แนวคิดเรื่อง Gross National Happiness (GNH) หรือ ความสุขมวลรวมประชาชาติ จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเสนอมาตรวัดการพัฒนาแบบองค์รวมที่ให้ความสำคัญกับจิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ
จุดกำเนิดของแนวคิด GNH
แนวคิด GNH ถูกริเริ่มขึ้นในทศวรรษ 1970 โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก แห่งประเทศภูฏาน ผู้ทรงมองเห็นว่าการมุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว อาจนำไปสู่การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศ ทรงมีพระราชดำรัสอันโด่งดังว่า "ความสุขมวลรวมประชาชาติมีความสำคัญยิ่งกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross National Happiness is more important than Gross Domestic Product)"
ตั้งแต่นั้นมา ภูฏานได้พัฒนาดัชนี GNH อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากหลัก 4 ประการ (Four Pillars) ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน, การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, การส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรม และ ธรรมาภิบาลที่ดี (Good Governance)
9 โดเมนหลักแห่งความสุข (The 9 Domains of GNH)
ในการวัดผลทางสถิติของดัชนี GNH ได้มีการแตกย่อยเสาหลักทั้งสี่ออกเป็น 9 มิติ (Domains) เพื่อประเมินความอยู่ดีมีสุขของประชาชนอย่างครอบคลุม ซึ่งแบบประเมินจำลอง (GNH Proxy Calculator) ด้านบน ได้หยิบยกมิติที่สำคัญมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตระดับบุคคล ได้แก่:
- Psychological Wellbeing (สุขภาวะทางจิตวิทยา): ความพึงพอใจในชีวิต อารมณ์เชิงบวกและลบ
- Health (สุขภาพ): สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และการเข้าถึงบริการสาธารณสุข
- Time Use (การใช้เวลา): สมดุลระหว่างเวลาทำงาน เวลาพักผ่อน และเวลาสำหรับครอบครัว
- Education (การศึกษา): การมีความรู้ ทักษะ และภูมิปัญญา
- Cultural Diversity and Resilience (ความหลากหลายทางวัฒนธรรม): การมีส่วนร่วมทางประเพณีและศิลปวัฒนธรรม
- Good Governance (ธรรมาภิบาลที่ดี): ความเชื่อมั่นในสถาบัน ความโปร่งใสทางการเมือง
- Community Vitality (ความมีชีวิตชีวาของชุมชน): ความไว้วางใจในชุมชน ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และความปลอดภัย
- Ecological Diversity and Resilience (ความหลากหลายทางนิเวศวิทยา): คุณภาพสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงพื้นที่สีเขียว
- Living Standards (มาตรฐานการครองชีพ): รายได้ สินทรัพย์ และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย
การนำแนวคิด GNH มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
แม้ GNH จะเป็นเครื่องมือระดับชาติ แต่เราสามารถนำแนวคิดนี้มาเป็น "เข็มทิศ" ในการดำเนินชีวิตส่วนบุคคลได้ แทนที่จะตั้งเป้าหมายในชีวิตเพียงแค่ "ต้องรวย" หรือ "หน้าที่การงานก้าวหน้าสูงสุด" ลองกลับมาทบทวนคะแนนในมิติต่างๆ ของคุณ:
- สำรวจความไม่สมดุล: หากคุณมีคะแนนความมั่นคงทางการเงินเต็ม 10 แต่คะแนนสุขภาพและสมดุลเวลาทำงาน (Time Use) ต่ำมาก นั่นคือสัญญาณอันตรายที่คุณอาจกำลังเอาสุขภาพไปแลกกับเงินทอง
- ลงทุนในความสัมพันธ์: มิติเรื่อง Community Vitality ย้ำเตือนว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม การมีครอบครัวที่อบอุ่นและเพื่อนฝูงที่เกื้อกูล ส่งผลต่อความสุขในระยะยาวอย่างมาก
- ดูแลจิตใจและสิ่งแวดล้อม: การใกล้ชิดธรรมชาติ (Ecological Diversity) และการดูแลอารมณ์ของตนเอง (Psychological Wellbeing) เป็นพื้นฐานความสุขที่หลายคนมักมองข้ามเมื่อมีชีวิตที่เร่งรีบ
บทสรุป
การประเมิน GNH ของตนเองเป็นประจำ จะช่วยดึงสติเรากลับมามองภาพรวมของชีวิต ว่าเรากำลังทุ่มเททรัพยากร (เวลาและพลังงาน) ไปในทิศทางที่สร้าง "ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน" ให้กับตัวเราเองและคนรอบข้างหรือไม่ ความสำเร็จที่ปราศจากความสุขย่อมไม่ใช่ความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบ