รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประหยัดกว่ารถน้ำมันจริงหรือ?
หนึ่งในเหตุผลหลักที่คนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) คือ "ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน" ที่มีราคาถูกกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเห็นได้ชัด แต่ตัวเลขความประหยัดที่แท้จริงนั้น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และการชาร์จไฟของแต่ละบุคคล
วิธีคิดค่าไฟของรถ EV อย่างง่าย
การคำนวณอัตราสิ้นเปลืองของรถ EV มักจะดูที่ "กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อกิโลเมตร" (kWh/km) หรือบางค่ายใช้ "กิโลเมตรต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง" (km/kWh) ตัวอย่างเช่น รถ EV แบตเตอรี่ 60 kWh วิ่งได้จริง 400 กิโลเมตร เท่ากับใช้ไฟ 0.15 kWh ต่อกิโลเมตร หากคุณชาร์จไฟที่บ้านช่วงกลางคืน (TOU Off-peak) ค่าไฟประมาณหน่วยละ 3 บาท ต้นทุนการวิ่งของคุณจะอยู่ที่เพียง 0.45 บาทต่อกิโลเมตร เท่านั้น
ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุน EV แพงขึ้น
แม้ชาร์จที่บ้านจะถูกมาก แต่หากคุณต้องเดินทางไกลและชาร์จไฟตามสถานีชาร์จสาธารณะ (DC Fast Charge) ค่าไฟอาจกระโดดไปถึง 7.5 - 9 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนขยับขึ้นไปเป็น 1.1 - 1.5 บาทต่อกิโลเมตร(ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันมากๆ)
คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังลังเล
- ระยะทางคือจุดคุ้มทุน: ยิ่งคุณใช้รถเยอะ (เช่น ขับวันละ 50-100 กม. ขึ้นไป) คุณยิ่งคืนทุนส่วนต่างราคารถได้เร็วขึ้น
- ความพร้อมเรื่องการชาร์จ: รถ EV จะตอบโจทย์สูงสุดเมื่อคุณสามารถติด Wall Charger ที่บ้านและชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืนได้
- ค่าเสื่อมราคาและประกัน: อย่าลืมนำค่าเบี้ยประกันชั้น 1 ของรถ EV ที่มักจะแพงกว่ารถน้ำมันประมาณ 20-30% มาหักลบกับค่าน้ำมันที่ประหยัดได้ เพื่อดูจุดคุ้มทุนโดยรวม (TCO)