EBITDA คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญในการประเมินมูลค่ากิจการ
เวลาอ่านงบการเงินหรือฟังข่าวการควบรวมกิจการ (M&A) เรามักจะได้ยินคำว่า EBITDA (อีบิทดา) อยู่บ่อยครั้ง ตัวเลขนี้แม้จะไม่ได้ถูกบังคับให้แสดงในงบการเงินมาตรฐาน (GAAP/TFRS) แต่กลับเป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนและนายธนาคารให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ
EBITDA ย่อมาจากอะไร?
EBITDA ย่อมาจาก Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation, and Amortization แปลเป็นไทยว่า "กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย"
เพื่อหาค่า EBITDA เรามักจะเริ่มจาก "กำไรสุทธิ (Net Income)" ที่อยู่บรรทัดล่างสุดของงบกำไรขาดทุน แล้วนำค่าใช้จ่าย 4 ตัวข้างต้น บวกกลับเข้าไป
ทำไมต้อง "บวกกลับ" (Add-backs) ค่าใช้จ่ายเหล่านี้?
จุดประสงค์หลักของ EBITDA คือการวัด "ความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักจริงๆ (Core Operational Profitability)" โดยตัดปัจจัยเรื่องโครงสร้างทุนและนโยบายทางบัญชีออกไป:
- Interest (ดอกเบี้ย): ดอกเบี้ยเกิดจากวิธีที่บริษัทจัดหาเงินทุน (กู้เงินเยอะ vs ใช้เงินทุนตัวเอง) ไม่ได้เกี่ยวกับว่าบริษัทขายของเก่งแค่ไหน
- Taxes (ภาษี): อัตราภาษีขึ้นอยู่กับกฎหมาย นโยบายรัฐ หรือสิทธิประโยชน์ (BOI) ซึ่งบริษัทควบคุมไม่ได้โดยตรง
- Depreciation (ค่าเสื่อมราคา): เป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีของสินทรัพย์ที่มีตัวตน (เช่น โรงงาน เครื่องจักร) ซึ่งไม่ได้เกิดการจ่าย "เงินสด" ออกไปจริงๆ ในปีนั้น
- Amortization (ค่าตัดจำหน่าย): เป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีของสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร โปรแกรมคอมพิวเตอร์) ซึ่งก็ไม่ใช่รายจ่ายที่เป็นเงินสดเช่นกัน
ประโยชน์ของ EBITDA
1. ใช้เปรียบเทียบบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Apple to Apple)
ทำให้เราเปรียบเทียบบริษัท A (กู้เงินเยอะ มีค่าเสื่อมโรงงานสูง) กับบริษัท B (ไม่กู้เงินเลย เช่าโรงงาน) ได้อย่างยุติธรรมว่าใครบริหารงานหลักได้เก่งกว่ากัน
2. ตัวแทนของกระแสเงินสด (Proxy for Cash Flow)
เนื่องจากได้บวกกลับค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (ซึ่งเป็น Non-cash items) กลับมาแล้ว EBITDA จึงมักถูกใช้เพื่อประเมินกระแสเงินสดคร่าวๆ ว่าบริษัทมีเงินสดเหลือพอไปจ่ายหนี้หรือไม่
3. ใช้ประเมินมูลค่ากิจการ (Valuation)
ในการซื้อขายกิจการ มักจะประเมินมูลค่าด้วย EV/EBITDA Multiple เช่น การซื้อกิจการในราคา 8 เท่าของ EBITDA (หมายความว่า ถ้าผลประกอบการคงที่ ต้องใช้เวลา 8 ปีถึงจะคืนทุนจากการดำเนินงาน)
ข้อควรระวัง
วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เคยวิจารณ์ EBITDA ไว้ว่า "ผู้บริหารคิดว่าการซื้อเครื่องจักรและลงทุนมันฟรีหรือไง?" เพราะ EBITDA ไม่สนใจค่าเสื่อมราคา ทำให้บริษัทที่มีการลงทุนหนักๆ (Capital Intensive) เช่น โทรคมนาคม หรือ สายการบิน อาจดูเหมือนมีกำไรสวยหรู (EBITDA สูง) แต่แท้จริงแล้วต้องนำเงินสดไปซื้อเครื่องจักรใหม่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรดู EBITDA ควบคู่ไปกับ กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) เสมอ