กลับไปหน้าหลัก

เครื่องมือคำนวณค่าเสื่อมราคาแบบยอดลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance)

คำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ที่ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงปีแรกๆ


การคิดค่าเสื่อมราคาแบบยอดลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance Depreciation) คืออะไร?

การคิดค่าเสื่อมราคา (Depreciation) คือการกระจายต้นทุนของสินทรัพย์ถาวรตลอดอายุการใช้งาน วิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดคือแบบเส้นตรง (Straight-Line) ที่จะหักค่าเสื่อมด้วยจำนวนที่เท่ากันทุกปี แต่ในความเป็นจริง สินทรัพย์บางประเภทมีประสิทธิภาพลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงปีแรกๆ เช่น รถยนต์ หรือ คอมพิวเตอร์ จึงเป็นที่มาของการคิดค่าเสื่อมราคาแบบ ยอดลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance หรือ DDB)

หลักการทำงานของ Double Declining Balance

วิธีแบบยอดลดลงทวีคูณ เป็นหนึ่งในวิธีการคิดค่าเสื่อมราคาแบบเร่งรัด (Accelerated Depreciation) โดยมีอัตราการหักค่าเสื่อมราคาเป็น "สองเท่า" ของอัตราค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง และจะนำอัตรานี้ไปคูณกับ "มูลค่าทางบัญชีที่เหลืออยู่ต้นปี (Book Value)" ซึ่งมูลค่านี้จะลดลงเรื่อยๆ ทุกปี ทำให้ค่าเสื่อมราคาในปีแรกๆ สูงมาก และค่อยๆ ลดลงในปีหลังๆ

สูตรการคำนวณ

1. หาอัตราแบบเส้นตรง (Straight-Line Rate) = 100% / อายุการใช้งาน

2. หาอัตราทวีคูณ (Double Declining Rate) = อัตราแบบเส้นตรง × 2

3. ค่าเสื่อมราคาของปีนั้นๆ = มูลค่าทางบัญชีต้นปี × อัตราทวีคูณ

หมายเหตุสำคัญ: ไม่ว่าผลการคำนวณจะออกมาเท่าไร การหักค่าเสื่อมราคาสะสมจะต้องไม่ทำให้มูลค่าทางบัญชีสุทธิลดลงต่ำกว่า "ราคาซาก (Salvage Value)" ที่ประเมินไว้ ดังนั้นในปีท้ายๆ ค่าเสื่อมราคาอาจจะต้องถูกปรับลดลงให้มูลค่าเหลือเท่ากับราคาซากพอดี

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติบริษัทซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์มาราคา 1,000,000 บาท คาดว่าจะมีอายุการใช้งาน 5 ปี และมีราคาซาก 100,000 บาท
- อัตราเส้นตรง = 100% / 5 = 20%
- อัตรา DDB = 20% × 2 = 40%

ปีที่ 1: ค่าเสื่อม = 1,000,000 × 40% = 400,000 บาท (มูลค่าเหลือ 600,000 บาท)
ปีที่ 2: ค่าเสื่อม = 600,000 × 40% = 240,000 บาท (มูลค่าเหลือ 360,000 บาท)
ปีที่ 3: ค่าเสื่อม = 360,000 × 40% = 144,000 บาท (มูลค่าเหลือ 216,000 บาท)
ปีที่ 4: หากหัก 40% จาก 216,000 จะได้ 86,400 มูลค่าจะเหลือ 129,600 บาท
ปีที่ 5: เพื่อไม่ให้ต่ำกว่าราคาซาก (100,000) ค่าเสื่อมปีสุดท้ายจะเป็นแค่ 29,600 บาท (129,600 - 100,000) เท่านั้น

ข้อดีและข้อเสียของการใช้วิธี DDB

  • ข้อดีด้านภาษีและกระแสเงินสด: เนื่องจากหักค่าใช้จ่าย (ค่าเสื่อม) ได้จำนวนมากในช่วงแรกๆ ทำให้กำไรสุทธิทางบัญชีลดลง ส่งผลให้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลงในช่วงต้น ประหยัดเงินสดไว้หมุนเวียนในธุรกิจได้มากขึ้น
  • สะท้อนความเป็นจริง: เหมาะสำหรับเทคโนโลยี สินค้าไอที และยานพาหนะที่ตกรุ่นเร็ว มีมูลค่าตกเร็วในปีแรกๆ ตลอดจนมีค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้นในปีท้ายๆ ซึ่งค่าเสื่อมที่ลดลงจะมาช่วยถัวเฉลี่ยกับค่าซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น ทำให้รายจ่ายรวมของสินทรัพย์ต่อปีค่อนข้างคงที่
  • ข้อเสีย: กระทบต่อกำไรสุทธิอย่างรุนแรงในช่วงต้นของการลงทุน อาจทำให้ผลประกอบการดูไม่ดีในสายตานักลงทุน (หากไม่มีความเข้าใจที่มาของตัวเลข) และการบันทึกบัญชีมีความซับซ้อนกว่าแบบเส้นตรง

การเลือกใช้วิธีการคิดค่าเสื่อมราคาควรปรึกษานักบัญชีเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับประเภทของสินทรัพย์ นโยบายบริษัท และให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีและข้อบังคับของกรมสรรพากร

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณค่าผ่อนรถมอเตอร์ไซค์

คำนวณค่างวดรถมอเตอร์ไซค์ ดอกเบี้ยคงที่ต่อเดือน/ต่อปี พร้อมตารางการผ่อนชำระ

คำนวณรายได้จุดคุ้มทุนไรเดอร์

คำนวณรายได้สุทธิและระยะเวลาคืนทุน (ROI) สำหรับอาชีพขับรถส่งอาหาร (Grab, Lineman, Foodpanda)

คำนวณต้นทุนรถบรรทุกขนส่ง

คำนวณต้นทุนการวิ่งรถบรรทุกต่อเที่ยวและต่อกิโลเมตร รวมถึงค่าน้ำมันและค่าจ้างคนขับ

ระยะเวลาคืนทุน

คำนวณระยะเวลา (เดือน) ที่ธุรกิจจะคืนทุนจากกระแสเงินสด

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)