อินทิกรัลจำกัดเขต (Definite Integral)
อินทิกรัล (Integral) หรือปริพันธ์ เป็นเครื่องมือหลักในวิชาแคลคูลัส (Calculus) ที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับการหาอนุพันธ์ (Derivative) หากอนุพันธ์คือการหา "อัตราการเปลี่ยนแปลง (ความชัน)" อินทิกรัลก็คือการหา "ผลรวมสะสม (พื้นที่ใต้กราฟ)" กระบวนการหาอินทิกรัลเรียกว่า การอินทิเกรต (Integration)
ทฤษฎีบทหลักมูลของแคลคูลัส (Fundamental Theorem of Calculus)
อินทิกรัลจำกัดเขตเป็นการหาพื้นที่ใต้กราฟของฟังก์ชัน f(x) บนช่วง [a, b] จาก x = a ถึง x = b ตามทฤษฎีบทหลักมูลของแคลคูลัส เราสามารถคำนวณค่านี้ได้โดยใช้ฟังก์ชันปฏิยานุพันธ์ (Antiderivative) หรือ F(x) ซึ่งมีสมบัติว่า F'(x) = f(x)
ความหมายคือ เมื่อเราหาฟังก์ชัน F(x) ได้แล้ว ให้แทนค่าขอบเขตบน (b) ลงไป แล้วลบด้วยค่าที่ได้จากการแทนขอบเขตล่าง (a) ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวเลข ซึ่งแทนขนาดของพื้นที่ใต้กราฟ
กฎการอินทิเกรตพหุนาม (Power Rule for Integration)
การอินทิเกรตฟังก์ชันพหุนาม จะทำงานตรงข้ามกับ Power Rule ของการหาอนุพันธ์ โดยมีสูตรดังนี้:
ความหมายคือ "เพิ่มเลขชี้กำลังขึ้น 1 แล้วหารด้วยเลขชี้กำลังตัวใหม่นั้น" (สำหรับอินทิกรัลจำกัดเขต ค่าคงที่ C จะถูกหักล้างไปตอนนำ F(b) - F(a) เราจึงละค่า C ทิ้งไปได้)
ตัวอย่างการคำนวณ
จงหา ∫(0 ถึง 2) (3x² - 2x + 1) dx
- หา F(x):
∫ 3x² dx = 3(x³ / 3) = x³
∫ -2x dx = -2(x² / 2) = -x²
∫ 1 dx = x
ดังนั้น F(x) = x³ - x² + x - แทนค่าขอบเขตบน (b = 2): F(2) = (2)³ - (2)² + 2 = 8 - 4 + 2 = 6
- แทนค่าขอบเขตล่าง (a = 0): F(0) = (0)³ - (0)² + 0 = 0
- ผลลัพธ์: F(2) - F(0) = 6 - 0 = 6
การตีความพื้นที่ (Area Interpretation)
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังในการใช้อินทิกรัลจำกัดเขตหาพื้นที่คือ ค่าอินทิกรัล สามารถติดลบได้หากกราฟของฟังก์ชันอยู่ใต้แกน X ค่าอินทิกรัลในช่วงนั้นจะมีค่าเป็นลบ ดังนั้น ถ้าโจทย์ต้องการ "พื้นที่ (Area)" รวมทั้งหมดจริงๆ เราจะต้องแบ่งช่วงอินทิเกรตตรงจุดตัดแกน X และใส่ค่าสัมบูรณ์ (Absolute Value) ให้กับส่วนที่อยู่ใต้แกน X แต่ถ้าโจทย์ให้หา "ค่าอินทิกรัล" ก็สามารถตอบตามที่คำนวณได้เลย