กลับไปหน้าหลัก

เครื่องมือคำนวณ Deep Work vs Shallow Work

วิเคราะห์สัดส่วนเวลาที่คุณใช้กับงานที่ต้องใช้สมาธิสูงเทียบกับงานทั่วไป

การจัดสรรเวลา (ชั่วโมง/วัน)

งานตื้น (Shallow Work Tasks)

ผลลัพธ์การวิเคราะห์

งานลึก (Deep Work)3.5 ชม.

43.8% ของเวลาทั้งหมด

งานตื้น (Shallow Work)4.5 ชม.

56.3% ของเวลาทั้งหมด

สถานะการโฟกัส: ปานกลาง

คุณยังมีเวลาสำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิอยู่บ้าง แต่น่าจะลองลดงานยิบย่อยลงอีกนิด

Deep Work คืออะไร? ทำไมงานลึกถึงสร้างความแตกต่างในยุคนี้

แนวคิดเรื่อง Deep Work หรือ "การทำงานแบบดำดิ่ง" ถูกนำเสนอและทำให้โด่งดังโดย Cal Newport ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และนักเขียน เขาได้แบ่งประเภทของการทำงานออกเป็นสองฝั่งหลักๆ คือ Deep Work (งานลึก) และ Shallow Work (งานตื้น)ซึ่งการทำความเข้าใจความแตกต่างของสองสิ่งนี้ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จและการเพิ่ม Productivity อย่างแท้จริง

ความแตกต่างระหว่าง Deep Work และ Shallow Work

  • Deep Work (งานลึก): คือกิจกรรมการทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูง ดำเนินการในสภาวะที่ปราศจากการรบกวน เป็นงานที่ดึงศักยภาพทางความคิดของคุณออกมาใช้จนถึงขีดสุด งานประเภทนี้มักสร้างมูลค่าใหม่ พัฒนาทักษะ และเป็นงานที่ลอกเลียนแบบได้ยาก เช่น การเขียนบทความวิเคราะห์, การเขียนโค้ดโปรแกรมที่ซับซ้อน, การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ หรือการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรม
  • Shallow Work (งานตื้น): คือกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ความพยายามทางสมองมากนัก มักเป็นงานด้านโลจิสติกส์หรืองานแอดมิน และสามารถทำได้แม้ขณะที่คุณถูกรบกวน เช่น การเช็คและตอบอีเมลทั่วไป, การเข้าร่วมการประชุมที่แจ้งเพื่อทราบ (Status update), การจัดเรียงไฟล์ หรือการตอบข้อความแชท งานเหล่านี้แทบไม่สร้างมูลค่าใหม่ให้โลก และคนอื่นก็สามารถทำแทนได้ง่าย

ทำไม Deep Work ถึงกลายเป็นทักษะที่หายาก?

ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมต่อถึงกันด้วยอินเทอร์เน็ต เรามีเครื่องมือสื่อสารที่พร้อมจะขัดจังหวะเราทุกๆ 5 นาที ไม่ว่าจะเป็น LINE, Slack, Microsoft Teams หรืออีเมล ทำให้เวลาที่คนส่วนใหญ่จะสามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานๆ ลดลงอย่างน่าตกใจ เมื่อเราคุ้นชินกับการสลับสับเปลี่ยนความสนใจไปมา (Context Switching) สมองของเราจะสูญเสียความสามารถในการทำงานแบบ Deep Work ลงเรื่อยๆ ส่งผลให้เรายุ่งตลอดวัน แต่กลับสร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบแดงไม่ได้เลย

วิธีเพิ่มสัดส่วน Deep Work ในชีวิตประจำวัน

  1. Time Blocking (ล็อกเวลาให้ชัดเจน): กำหนดตารางเวลาสำหรับ Deep Work ไว้ในปฏิทินล่วงหน้า เช่น 09:00 - 11:30 น. และปฏิบัติต่อช่วงเวลานั้นเหมือนเป็นการประชุมสำคัญที่คุณไม่สามารถยกเลิกได้
  2. Batching Shallow Work: จัดกลุ่มงานตื้นๆ ไว้ทำพร้อมกันในรวดเดียว เช่น กำหนดเวลาเช็คและตอบอีเมลแค่วันละ 2 ครั้ง ตอน 11:30 น. และ 16:00 น. แทนที่จะเปิดหน้าต่างอีเมลทิ้งไว้ทั้งวัน
  3. ฝึกฝนสมาธิ: การทำงานแบบ Deep Work ต้องใช้การฝึกฝนในช่วงแรก ลองเริ่มจากรอบละ 60 นาทีก่อน แล้วค่อยๆ ขยับเพิ่มเป็น 90 นาที หรือ 120 นาที
  4. กำจัดสิ่งรบกวน: ปิด Notification โทรศัพท์มือถือ ปิดแท็บเบราว์เซอร์ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือหากต้องใช้ความเงียบขั้นสุด ลองใส่หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ระหว่างที่เข้าสู่โหมด Deep Work

สรุป: การประเมินตนเองด้วย Deep Work Calculator จะทำให้คุณเห็นความจริงว่า คุณสูญเสียเวลาไปกับ "ความยุ่งที่ว่างเปล่า" มากแค่ไหน เป้าหมายไม่ใช่การกำจัด Shallow Work ให้เหลือศูนย์ เพราะบางงานก็เป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คือการรักษาสมดุล และปกป้องเวลาสำหรับ Deep Work ให้มากพอที่จะสร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซให้กับชีวิตการทำงานของคุณต่างหาก

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

เครื่องคำนวณความคุ้มค่าของการเล่นโซเชียล

ประเมินมูลค่าเวลาที่คุณใช้ไปกับโซเชียลมีเดียเทียบกับผลตอบแทนที่ได้รับ

คำนวณระยะเวลาการทบทวน

คำนวณระยะเวลาที่เหมาะสมในการทบทวนเนื้อหาตามหลัก Spaced Repetition (SM-2)

เครื่องคิดเลข Task Batching

คำนวณเวลาที่คุณจะประหยัดได้จากการจัดกลุ่มงานที่เหมือนกันไว้ทำพร้อมกัน (Task Batching)

10,000 ชั่วโมง ชำนาญเมื่อไหร่

คำนวณระยะเวลาในการไปถึง 10,000 ชั่วโมง เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญตามทฤษฎี

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)