คำนวณผลกระทบค่าธรรมเนียมรูดบัตร (MDR)
สรุปค่าธรรมเนียมที่ร้านค้าต้องเสีย
ผลกระทบต่อกำไรของร้านค้า
ทำความเข้าใจค่าธรรมเนียมรูดบัตร (MDR)
ในยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) การเปิดรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ร้านค้าต้องแลกมาก็คือ MDR (Merchant Discount Rate) หรือค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการเครื่องรูดบัตร (EDC) หรือ Payment Gateway หักออกจากยอดขายทุกครั้งที่มีการทำรายการ
MDR คิดอย่างไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง?
MDR คือค่าธรรมเนียมที่เป็นเปอร์เซ็นต์ (มักจะอยู่ระหว่าง 1.5% - 3.0% ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ประเภทของบัตร และผู้ให้บริการ) โดยปกติแล้ว ค่าธรรมเนียม MDR ที่ร้านค้าถูกหัก จะถูกนำไปแบ่งจ่ายให้กับ 3 ฝ่ายหลักๆ ได้แก่:
- ธนาคารผู้ออกบัตร (Issuing Bank): ได้รับส่วนแบ่งมากที่สุด (เรียกว่า Interchange Fee) เพื่อเป็นค่าความเสี่ยง ค่าดำเนินการ และต้นทุนในการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ผู้ถือบัตร
- เครือข่ายบัตร (Card Network): เช่น Visa, Mastercard, JCB เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประมวลผลธุรกรรมผ่านเครือข่าย
- ธนาคารผู้ให้บริการรับบัตร (Acquiring Bank): ธนาคารที่วางเครื่อง EDC ให้กับร้านค้าของคุณ ได้รับส่วนแบ่งเพื่อครอบคลุมต้นทุนระบบและการให้บริการ
ระวัง! ค่าธรรมเนียม MDR มี VAT 7%
ผู้ประกอบการหลายท่านมักจะคำนวณแค่ว่า "รูดบัตรเสีย 3%" แต่ในความเป็นจริง ค่าธรรมเนียมที่ธนาคารหักนั้นถือเป็น "ค่าบริการ" ซึ่งตามกฎหมายจะต้องมีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก 7% ของค่าธรรมเนียมนั้นเข้าไปด้วย
ตัวอย่างเช่น: รูดบัตร 10,000 บาท MDR 3%
- ค่าธรรมเนียม MDR = 300 บาท
- VAT 7% ของค่าธรรมเนียม (300 x 7%) = 21 บาท
- รวมค่าธรรมเนียมสุทธิที่ร้านถูกหัก = 321 บาท (ไม่ใช่แค่ 300 บาท)
ผลกระทบของ MDR ต่อกำไรของร้านค้า (Profit Margin)
การโดนหัก MDR จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "กำไรสุทธิ" (Net Profit) ของร้านค้า ไม่ใช่แค่กระทบยอดขาย เพราะต้นทุนสินค้า (Cost of Goods Sold) ของร้านค้านั้นคงที่คงเดิม
ลองพิจารณาธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยๆ (Low Margin Business) เช่น สินค้าไอที ที่มีอัตรากำไรเพียง 10% หากลูกค้าซื้อคอมพิวเตอร์ 30,000 บาท ต้นทุน 27,000 บาท กำไรเบื้องต้นคือ 3,000 บาท
หากลูกค้ารูดบัตรโดนหัก MDR 3% (บวก VAT เป็น 3.21%) จะโดนหักไป 963 บาท
นั่นหมายความว่า กำไรของร้านค้าจะหายไปถึงเกือบ 1 ใน 3 (จาก 3,000 เหลือ 2,037 บาท)
กลยุทธ์การรับมือสำหรับร้านค้า
- บวกต้นทุน MDR เข้าไปในราคาสินค้า: การปรับราคาสินค้าให้ครอบคลุมค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตไปเลย ถือเป็นวิธีที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎของเครือข่ายบัตร (ซึ่งมักจะห้ามร้านค้าคิด Surcharge จากลูกค้าที่รูดบัตร) แล้วอาจใช้วิธีให้ "ส่วนลดพิเศษเงินสด" แทน
- กำหนดขั้นต่ำในการรูดบัตร: สำหรับสินค้าราคาถูกมากๆ การรับบัตรเครดิตอาจไม่คุ้มกับต้นทุนการจัดการ ร้านค้าอาจกำหนดว่ายอดซื้อต้องเกิน 500 บาทขึ้นไปจึงจะรับบัตร
- เจรจาต่อรองเรท MDR: หากร้านค้ามี Transaction Volume หรือยอดรูดรวมต่อเดือนที่สูงมาก สามารถนำตัวเลขนี้ไปเจรจาขอลดอัตรา MDR กับธนาคารผู้ให้บริการได้
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณระยะเวลาเก็บหนี้ (DSO)
คำนวณ Days Sales Outstanding (DSO) หรือระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย เพื่อวิเคราะห์สภาพคล่องของธุรกิจ
คำนวณอัตราส่วนค่าใช้จ่าย (Expense Ratio)
คำนวณสัดส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวม (OER) เพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการคุมต้นทุน
คำนวณต้นทุนสินค้า FIFO vs ถัวเฉลี่ย
เปรียบเทียบการตีราคาต้นทุนสินค้าคงคลังแบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) กับแบบต้นทุนถัวเฉลี่ย (AVCO)
คำนวณต้นทุนสินค้านำเข้า
คำนวณต้นทุนสินค้านำเข้ารวมค่าขนส่ง ภาษี และค่าธรรมเนียม เพื่อหาราคาต้นทุนต่อชิ้นที่แท้จริง
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)