กลับไปหน้าหลัก

เครื่องมือคำนวณหาผลคูณคาร์ทีเซียน (Cartesian Product)

ระบุชุดสมาชิกในเซต

n(A) = 3 สมาชิก
n(B) = 3 สมาชิก

ผลการคำนวณผลคูณ

n(A × B) = n(A) × n(B)

3 × 3 = 9

A × B (ผลลัพธ์):

{ (a, 1), (a, 2), (a, 3), (b, 1), (b, 2), (b, 3), (c, 1), (c, 2), (c, 3) }

B × A (ผลลัพธ์กลับกัน):

{ (1, a), (1, b), (1, c), (2, a), (2, b), (2, c), (3, a), (3, b), (3, c) }

ตารางพิกัดผลคูณคาร์ทีเซียน A × B (Grid Representation)

A \ B123
a(a, 1)(a, 2)(a, 3)
b(b, 1)(b, 2)(b, 3)
c(c, 1)(c, 2)(c, 3)

ผลคูณคาร์ทีเซียน (Cartesian Product) คืออะไร? ทฤษฎีบท คู่อันดับ และตัวอย่างการนำไปใช้

ในทางคณิตศาสตร์ ผลคูณคาร์ทีเซียน (Cartesian Product) เป็นการดำเนินการพื้นฐานระหว่างเซตสองเซตที่ทำให้เกิดเซตใหม่ของ คู่อันดับ (Ordered Pairs) ผลคูณคาร์ทีเซียนตั้งชื่อตาม เรอเน เดส์การ์ตส์ (René Descartes) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการประสานเรขาคณิตเข้ากับพีชคณิต (เป็นที่มาของระบบพิกัดฉากคาร์ทีเซียน)

นิยามและเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์

สำหรับเซตสองเซต $A$ และ $B$ ผลคูณคาร์ทีเซียนเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ $A \times B$ อ่านออกเสียงว่า “เอ คูณ บี” นิยามคือ เซตของคู่อันดับ $(a, b)$ ทั้งหมดโดยที่สมาชิกตัวหน้า $a$ จะต้องมาจากเซต $A$ และสมาชิกตัวหลัง $b$ จะต้องมาจากเซต $B$

A × B = {'{'} (a, b) | a ∈ A และ b ∈ B {'}'}

คุณสมบัติสำคัญของผลคูณคาร์ทีเซียน

  1. สมบัติไม่มีการสลับที่ (Non-commutative): โดยทั่วไป $A \times B \neq B \times A$ ยกเว้นกรณีที่ $A = B$ หรือเซตใดเซตหนึ่งเป็นเซตว่าง ($\emptyset$) ตัวอย่างเช่น ถ้า $A = \{a\}$ และ $B = \{1\}$ จะได้ $A \times B = \{(a, 1)\}$ ในขณะที่ $B \times A = \{(1, a)\}$ ซึ่งไม่เหมือนกัน
  2. จำนวนสมาชิก (Cardinality): จำนวนสมาชิกของผลคูณคาร์ทีเซียนมีค่าเท่ากับผลคูณของจำนวนสมาชิกของเซตตั้งต้นทั้งสองตัว:
    n(A × B) = n(A) × n(B)
    ถ้าเซต $A$ มีสมาชิก 3 ตัว และเซต $B$ มีสมาชิก 4 ตัว จำนวนคู่อันดับใน $A \times B$ จะเท่ากับ $3 \times 4 = 12$ คู่อันดับ
  3. ผลคูณกับเซตว่าง: ผลคูณคาร์ทีเซียนของเซตใดๆ กับเซตว่าง จะได้ผลลัพธ์เป็นเซตว่างเสมอ ($A \times \emptyset = \emptyset$) เนื่องจากไม่มีสมาชิกในเซตว่างที่จะสามารถจับคู่คู่อันดับได้

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติให้ เซต $A = \{x, y\}$ และ เซต $B = \{1, 2, 3\}$
การจับคู่ $A \times B$ จะทำการนำสมาชิกของ $A$ เป็นหลักไปจับคู่กับสมาชิกของ $B$ ทุกตัว:
จะได้: $A \times B = \{(x, 1), (x, 2), (x, 3), (y, 1), (y, 2), (y, 3)\}$
การจับคู่ $B \times A$ จะทำการนำสมาชิกของ $B$ เป็นหลักไปจับคู่กับสมาชิกของ $A$ ทุกตัว:
จะได้: $B \times A = \{(1, x), (1, y), (2, x), (2, y), (3, x), (3, y)\}$

การนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงเทคโนโลยี

ผลคูณคาร์ทีเซียนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นหัวใจของระบบซอฟต์แวร์และการจัดการข้อมูลหลายตัว ได้แก่:

  1. การทำ Cartesian Join (CROSS JOIN) ในฐานข้อมูล SQL: เมื่อผู้เขียนโปรแกรมสั่ง Join ตารางข้อมูลสองตารางโดยไม่มีเงื่อนไขคีย์เชื่อมโยง ฐานข้อมูลจะส่งผลคูณคาร์ทีเซียนของทุกแถวจากตารางแรกจับคู่กับทุกแถวจากตารางสอง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการสร้างชุดข้อมูลจำลองหรือแมทริกซ์การรวมเงื่อนไขทั้งหมด
  2. การสร้างหน้าตัวเลือกสินค้าอีคอมเมิร์ซ (Product Variants Matrix): เช่น หากเสื้อรุ่นหนึ่งมีไซส์ $S, M, L$ (3 ไซส์) และมีสี $แดง, น้ำเงิน$ (2 สี) การสร้างรายการสินค้าคงคลัง (SKUs) ทั้งหมดเกิดจากผลคูณคาร์ทีเซียนของ ไซส์ $\times$ สี ได้เป็น $3 \times 2 = 6$ รูปแบบสินค้า

ด้วยโปรแกรมคำนวณหาผลคูณคาร์ทีเซียนนี้ คุณสามารถใส่เซตข้อมูลขนาดต่างๆ เพื่อวิเคราะห์และดึงรายการคู่อันดับอย่างสะดวกรวดเร็วและนำไปใช้ทำงานจริงได้อย่างสะดวกง่ายดาย

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

เครื่องมือคำนวณอินทิกรัลจำกัดเขตพหุนาม

คำนวณหาอินทิกรัลแบบจำกัดเขต (Definite Integral) ของฟังก์ชันพหุนามในช่วง [a, b]

แปลงองศาเป็นเรเดียน

เครื่องมือแปลงมุมจากองศา (Degree) เป็นเรเดียน (Radian) อย่างแม่นยำ พร้อมสูตรและวิธีการคำนวณ

เครื่องมือคำนวณหาผลต่างกำลังสอง

คำนวณและแยกตัวประกอบของผลต่างกำลังสอง a² - b² = (a - b)(a + b)

คำนวณสัดส่วน/บัญญัติไตรยางศ์ (แปรผันตรง)

เครื่องมือคำนวณสัดส่วนหรือบัญญัติไตรยางศ์แบบแปรผันตรง หาค่าตัวแปรที่ 4

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)