กลับไปหน้าหลัก

คำนวณและจัดสรรงบโฆษณา (Ad Budget & ROAS)

เป้าหมายยอดขายและ ROAS

฿

ROAS 5 เท่า หมายถึง จ่ายค่าโฆษณา 1 บาท ได้ยอดขาย 5 บาท

สัดส่วนการแบ่งงบรายช่องทาง (%)

Facebook / IG
50%
Google Ads
30%
TikTok Ads
20%

งบโฆษณารวมที่ต้องเตรียม (Total Ad Budget)

200,000 ฿
คิดเป็น 20.0% ของเป้ายอดขาย

งบประมาณรายช่องทาง

ปรับฐานแล้ว
Facebook & Instagram (50%)100,000 ฿
Google Ads (30%)60,000 ฿
TikTok Ads (20%)40,000 ฿

รู้หรือไม่? (Marketing Rule of Thumb)

โดยทั่วไปธุรกิจ e-Commerce มักจะตั้งงบโฆษณาอยู่ที่ 15-25% ของเป้ายอดขาย (หรือคาดหวัง ROAS ที่ 4x - 6x) หากสินค้าคุณมีกำไรขั้นต้น (Gross Margin) ต่ำ คุณจำเป็นต้องทำ ROAS ให้สูงขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมค่าโฆษณาและเหลือกำไรสุทธิ

จัดสรรงบโฆษณาอย่างไรให้คุ้มค่า? เจาะลึก ROAS และกฎ 70-20-10

ในการทำการตลาดดิจิทัล คำถามยอดฮิตของเจ้าของแบรนด์คือ "ต้องใช้งบโฆษณาเท่าไหร่ถึงจะได้ยอดขายตามเป้า?" และ "จะแบ่งงบไปลงแพลตฟอร์มไหนดี?" การตั้งงบโดยไม่มีหลักการอาจทำให้คุณเสียเงินฟรี เครื่องมือในการหาคำตอบที่ดีที่สุดคือการเข้าใจ ROAS

ROAS (Return on Ad Spend) คืออะไร?

ROAS คือ ตัวเลขที่บอกว่า "เราลงเงินค่าโฆษณาไป 1 บาท เราได้ยอดขายกลับมาคือกี่บาท"

ROAS = ยอดขายที่เกิดจากโฆษณา (Sales) ÷ ค่าโฆษณา (Ad Spend)

ตัวอย่าง: หากคุณต้องการยอดขาย 1,000,000 บาท และข้อมูลในอดีตบอกว่า ROAS เฉลี่ยของคุณอยู่ที่ 5 เท่า แปลว่าคุณต้องเตรียมงบโฆษณาไว้ = 1,000,000 ÷ 5 = 200,000 บาท

ROAS เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า "กำไร"?

มือใหม่หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ROAS > 1 คือกำไรแล้ว แต่ความเป็นจริง สินค้าทุกชิ้นมีต้นทุนแฝง (COGS, ค่าแพ็ค, ค่าส่ง, ค่าแอดมิน) ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องหาคือ Break-even ROAS (ROAS จุดคุ้มทุน)

  • Break-even ROAS = 1 ÷ กำไรขั้นต้น (%)
  • ตัวอย่าง: สินค้ามีกำไรขั้นต้น 40% (0.4) -> Break-even ROAS = 1 ÷ 0.4 = 2.5 เท่า
  • หมายความว่า ถ้าคุณยิงแอดได้ ROAS 2.5 คือเท่าทุน ไม่ได้ไม่เสีย ดังนั้นคุณต้องทำ ROAS ให้ได้ 3 ขึ้นไปถึงจะมีกำไรสุทธิ

หลักการแบ่งงบโฆษณา 70-20-10 Rule

เมื่อรู้ภาพรวมของงบประมาณแล้ว การจัดสรรงบไปตามช่องทางต่างๆ หรือตาม Funnel แนะนำให้ใช้หลัก 70-20-10 เพื่อลดความเสี่ยง:

70% - Proven Channels (ช่องทางหลักที่ทำเงินชัวร์ๆ)

ทุ่มงบส่วนใหญ่ให้กับช่องทางหรือแคมเปญที่เคยทดสอบแล้วว่าสร้าง ROAS ได้ดี และมีฐานลูกค้าประจำ เช่น แคมเปญ Retargeting บน Facebook หรือ Google Search Ads คีย์เวิร์ดแบรนด์

20% - Safe Bets (ช่องทางที่มีแนวโน้มดี)

แบ่งงบมาขยายฐานลูกค้าใหม่ (Prospecting / Broad Audience) หรือทดลองกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกับลูกค้าเดิม (Lookalike) แม้ ROAS อาจจะไม่สูงเท่างบ 70% แต่ช่วยหาเลือดใหม่เข้าธุรกิจ

10% - Experimental (ทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ)

กันงบก้อนเล็กๆ ไว้ทดสอบแพลตฟอร์มใหม่ ฟีเจอร์ใหม่ หรือคอนเทนต์รูปแบบแปลกๆ (เช่น TikTok Ads แคมเปญใหม่, Influencer Niche) เพื่อหา Blue Ocean หากได้ผลดี ก็ค่อยๆ เลื่อนชั้นขึ้นไปเป็น 20% และ 70% ต่อไป

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณต้นทุนมาตรฐาน ISO

ประเมินค่าใช้จ่ายในการขอรับรองและรักษาระบบมาตรฐาน ISO

คำนวณค่าจดสิทธิบัตรและบำรุงรักษา

คำนวณค่าใช้จ่ายในการยื่นจดสิทธิบัตรและค่าบำรุงรักษารายปี

คำนวณเงินมัดจำเช่าพื้นที่

คำนวณเงินมัดจำ ค่าเช่าล่วงหน้า และค่าใช้จ่ายวันทำสัญญาสำหรับพื้นที่ธุรกิจ

คำนวณวันลาพักร้อนเหลือกี่วัน

คำนวณวันลาพักร้อนคงเหลือ รวมวันลาสะสม วันที่ใช้แล้ว และวันที่รออนุมัติ

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)