กลับไปหน้าหลัก
คำนวณความลาดชัน (Slope/Grade)
อัตราความลาดชัน: 8.33%
มุมองศา: 4.76° (องศา)
Google AdSense
In-Article Ad
FAQ - การคำนวณและประมาณราคางานก่อสร้าง
มาตรฐานการออกแบบความลาดชัน (Slope) สำหรับทางลาด ทางเดิน และถนน ตามหลักวิศวกรรมขนส่งและสถาปัตยกรรมมีอะไรบ้าง?
การออกแบบความลาดชันหรือ Grade เป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญอย่างยิ่งในงานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมโยธา สำหรับทางลาดสำหรับคนพิการ (Wheelchair Ramps) กฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานสากล ADA (Americansิลป์ Disabilities Act) กำหนดอัตราส่วนความลาดชันสูงสุดไว้ที่ 1:12 (ประมาณ 8.33%) เพื่อความปลอดภัยและลดความเครียดทางกายภาพของผู้ใช้งาน ในส่วนของวิศวกรรมขนส่งและทางหลวง (Highway Engineering) มาตรฐาน AASHTO (American Association of State Highway and Transportation Officials) กำหนดความลาดชันตามยาว (Longitudinal Grade) ของถนนให้เหมาะสมกับความเร็วออกแบบของยานพาหนะ และต้องมีความลาดชันขวาง (Cross Slope) ประมาณ 1.5% ถึง 2.0% เพื่อการระบายน้ำฝนออกจากผิวจราจร ป้องกันการเกิดแผ่นฟิล์มน้ำและปรากฏการณ์เหินน้ำ (Hydroplaning) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการขับขี่
การคำนวณหาค่าเปอร์เซ็นต์ความลาดชันและองศามีความสัมพันธ์กับเสถียรภาพของดิน (Slope Stability) ตามหลักวิศวกรรมปฐพีอย่างไร?
ในทางวิศวกรรมปฐพี (Geotechnical Engineering) การพิจารณาความลาดชันไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นผิวหน้า แต่เกี่ยวโยงอย่างลึกซึ้งกับเสถียรภาพของลาดดิน (Slope Stability) การคำนวณเปอร์เซ็นต์ความลาดชันมีผลต่อการวิเคราะห์แรงเฉือน (Shear Strength) ของมวลดิน หากความลาดชันมีค่ามากกว่ามุมเสียดทานภายในของดิน (Angle of Internal Friction) ดินจะสูญเสียเสถียรภาพและเกิดการพังทลาย (Landslide) วิศวกรจะใช้ทฤษฎีแรงดันดินของ Rankine หรือ Coulomb ในการออกแบบกำแพงกันดิน (Retaining Walls) เพื่อรักษาระดับความลาดชันให้ปลอดภัย นอกจากนี้ การวิเคราะห์ค่าอัตราส่วนความปลอดภัย (Factor of Safety - F.S.) จะต้องคำนึงถึงแรงดันน้ำในโพรงดิน (Pore Water Pressure) ที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่บั่นทอนเสถียรภาพของความลาดชัน
ปัญหาทางวิศวกรรมที่อาจเกิดขึ้นหากกำหนดความลาดชันของท่อระบายน้ำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานคืออะไร?
ระบบท่อระบายน้ำทิ้ง (Sanitary Sewer Systems) อาศัยแรงโน้มถ่วง (Gravity Flow) ในการขับเคลื่อนของเสีย ดังนั้นความลาดชันของท่อจึงเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบตามมาตรฐาน ASPE (American Society of Plumbing Engineers) และ วสท. หากกำหนดความลาดชันน้อยเกินไป น้ำจะไหลช้า ความเร็วของน้ำจะต่ำกว่าค่าความเร็วทำความสะอาดตัวเอง (Self-Cleansing Velocity) ซึ่งโดยทั่วไปกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 0.6 เมตรต่อวินาที ส่งผลให้กากตะกอนอุดตันสะสมในเส้นท่อ ในทางตรงข้าม หากท่อมีความลาดชันมากเกินไป น้ำจะไหลด้วยความเร็วสูงมาก ทิ้งกากของแข็งไว้เบื้องหลัง และอาจกัดเซาะผิวภายในท่อหรือทำให้จุดเชื่อมต่อหลุดร่อนได้ การคำนวณสมการการไหลในช่องเปิด (Manning's Equation) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่วิศวกรใช้เพื่อหาความลาดชันที่สร้างสมดุลเชิงพลศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
พื้นที่หลังคา
ทรงต่างๆ
ถังน้ำ
ขนาดถังที่เหมาะสม
สระว่ายน้ำ
ปริมาตรน้ำ/คลอรีน
ฉนวนกันความร้อน
R-value ที่ต้องการ
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)