กลับไปหน้าหลัก

คำนวณน้ำหนักเหล็กเสริม (Rebar Weight)

น้ำหนักต่อเมตร: 0.889 กก./ม.

น้ำหนักรวม: 888.89 กิโลกรัม (kg)

Google AdSense

In-Article Ad

FAQ - การคำนวณและประมาณราคางานก่อสร้าง

วิธีการคำนวณน้ำหนักเหล็กเสริมตามมาตรฐานและสมการที่ใช้อ้างอิงจากหลักการทางวิศวกรรมคืออะไร?

การคำนวณน้ำหนักของเหล็กเสริม (Rebar) ในงานวิศวกรรมก่อสร้างอ้างอิงจากความหนาแน่นของเหล็ก (Density of Steel) ซึ่งมีค่ามาตรฐานอยู่ที่ 7,850 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สมการที่วิศวกรนิยมใช้ในการหาค่าประมาณน้ำหนักเหล็กต่อความยาวหนึ่งเมตรคือ W = (D^2) / 162 โดยที่ D คือเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กในหน่วยมิลลิเมตร สมการนี้เกิดจากการคำนวณพื้นที่หน้าตัดของเหล็กทรงกระบอก (πD^2/4) คูณด้วยความยาว 1 เมตรและคูณด้วยความหนาแน่น 7,850 kg/m³ ซึ่งเมื่อปรับรูปสมการทางคณิตศาสตร์แล้วจะได้ตัวหารประมาณ 162 ค่านี้เป็นค่าคงที่ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการวิศวกรรมโยธาและได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก. 20 และ มอก. 24) ทั้งเหล็กเส้นกลม (Round Bar) และเหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)

ความสำคัญของการคำนวณน้ำหนักและปริมาณเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กตามมาตรฐาน ACI 318 คืออะไร?

ในทางวิศวกรรมโครงสร้าง คอนกรีตรับแรงอัดได้ดีแต่รับแรงดึงได้น้อยมาก จึงต้องมีการเสริมเหล็กเพื่อรับแรงดึงแทน การคำนวณปริมาณเหล็กเสริมต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ACI 318 ซึ่งกำหนดอัตราส่วนเหล็กเสริม (Reinforcement Ratio) ที่เหมาะสม การใส่เหล็กน้อยเกินไป (Under-reinforced) อาจทำให้โครงสร้างพังทลายอย่างกะทันหัน แต่การใส่เหล็กมากเกินไป (Over-reinforced) ก็เป็นอันตรายเช่นกัน เพราะโครงสร้างจะสูญเสียความเหนียว (Ductility) เมื่อเกิดพฤติกรรมวิบัติ คอนกรีตจะแตกสลายก่อนที่เหล็กจะยืดตัว ทำให้ผู้อาศัยไม่มีเวลาอพยพ ดังนั้นการคำนวณและประเมินปริมาณเหล็กด้วยความแม่นยำจึงไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการประมาณราคา แต่ยังเป็นการรับประกันความปลอดภัยของโครงสร้างต่อแผ่นดินไหว (Seismic Detailing) และแรงกระทำแบบพลศาสตร์อื่นๆ อีกด้วย

การเผื่อระยะทาบ (Lap Splice) และงอขอ (Hook) ในการคำนวณน้ำหนักเหล็กเสริมรวมมีมาตรฐานกำหนดไว้อย่างไร?

การถอดแบบปริมาณเหล็กเสริม (Bar Cut List) ไม่สามารถคำนวณเพียงแค่ระยะตามเส้นตรงเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาระยะทาบต่อ (Lap Splice) และระยะงอขอ (Standard Hooks) ซึ่งกินปริมาณเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาตรฐาน ACI 318 บทที่ 25 (Chapter 25: Reinforcement Details) กำหนดความยาวระยะฝัง (Development Length) และระยะทาบอย่างละเอียด ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของคอนกรีต กำลังครากของเหล็ก (Yield Strength) และตำแหน่งของเหล็ก (เช่น เหล็กรับแรงดึงหรือเหล็กรับแรงอัด) ระยะทาบโดยทั่วไปมักคิดที่ประมาณ 40 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง (40D) สำหรับเหล็กรับแรงดึง การละเลยการเผื่อความยาวในส่วนเหล่านี้จะทำให้ปริมาณน้ำหนักเหล็กที่สั่งซื้อไม่เพียงพอต่อการก่อสร้าง และหากผู้รับเหมาลดระยะทาบเพื่อให้เหล็กพอใช้ จะส่งผลร้ายแรงต่อความแข็งแรงของจุดต่อ (Joints) ในโครงสร้างทันที

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณค่าทาสีบ้านใหม่

ประเมินงบประมาณค่าทาสีบ้าน คำนวณปริมาณสีที่ต้องใช้และค่าแรงช่างตามพื้นที่ตารางเมตร

คำนวณค่าเปลี่ยนหลังคาบ้าน

ประเมินงบประมาณในการรื้อถอนและเปลี่ยนหลังคาใหม่ ตามพื้นที่และประเภทของวัสดุหลังคา

คำนวณขนาดสายไฟตามกระแส

หาขนาดสายไฟทองแดงที่ปลอดภัยตามโหลดไฟฟ้าและระยะทาง

คำนวณขนาดฟิวส์และเบรกเกอร์

ประเมินขนาดกระแสของฟิวส์และเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับโหลดไฟฟ้าและชนิดของเครื่องใช้ไฟฟ้า

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)