กลับไปหน้าหลัก

ทำนายเวลาวิ่งแข่ง (Race Predictor)

ทำนายสถิติการวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟ และระยะอื่นๆ จากสถิติล่าสุดของคุณ

สถิติล่าสุดของคุณ (Recent Performance)

5K

0:25:00

10K

0:52:07

Half Marathon

1:55:00

Marathon

3:59:46

คำถามที่พบบ่อย (Race Predictor)

Race Predictor ทำงานอย่างไร เชื่อถือได้แค่ไหน?

เครื่องมือคำนวณการทำนายเวลาวิ่ง (Race Predictor) ของเราใช้ **สูตรของ Peter Riegel (Riegel's Formula)** ซึ่งเป็นสมการคณิตศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในวงการนักวิ่งทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1977 สมการนี้ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร Runner's World และถูกนำไปใช้ในแอปพลิเคชันวิ่งระดับโลกมากมาย **สูตรการคำนวณคือ: T2 = T1 x (D2 / D1)^1.06** - T1 = เวลาจากสถิติที่คุณทำได้ (เช่น เวลาที่ใช้วิ่ง 5K) - D1 = ระยะทางที่คุณทำสถิติได้ (เช่น 5 กิโลเมตร) - D2 = ระยะทางที่คุณต้องการทำนาย (เช่น 21.1 กิโลเมตร สำหรับฮาล์ฟมาราธอน) - T2 = เวลาที่ระบบทำนายว่าจะทำได้ **ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ:** สูตรของ Riegel จะมีความแม่นยำสูงมากเมื่อระยะทางที่คุณนำมาอ้างอิง (D1) และระยะทางที่ต้องการทำนาย (D2) ไม่ห่างกันเกินไป เช่น การใช้สถิติ 10K เพื่อทำนาย Half Marathon (21.1K) จะแม่นยำกว่าการใช้สถิติ 5K ไปทำนาย Full Marathon (42.195K) ทั้งนี้ ตัวเลขที่ได้เป็นการสันนิษฐานว่าคุณได้ทำการ "ฝึกซ้อมมาอย่างเพียงพอ (Well-trained)" สำหรับระยะทางเป้าหมายนั้นๆ แล้ว หมายความว่าร่างกายของคุณมีความทนทาน (Endurance) มากพอที่จะรองรับระยะทางที่ไกลขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่เคยซ้อมวิ่งยาวเลยจะทำเวลาได้ตามที่คำนวณเป๊ะๆ เสมอไป อ้างอิง: - Riegel, P. S. (1977). Time predicting. Runner's World Magazine. - Riegel, P. S. (1981). Athletic Records and Human Endurance. American Scientist.

ทำไมเวลาที่ทำนายมาราธอนถึงออกมาแย่กว่าหรือดีกว่าที่วิ่งจริง?

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เวลาการวิ่งมาราธอนจริงของคุณเบี่ยงเบนไปจากตัวเลขทำนาย (Race Predictor): 1. **ระดับความทนทาน (Aerobic Base):** สูตรของ Riegel สมมติว่าความฟิตและความทนทานของคุณสำหรับระยะมาราธอนนั้น สมบูรณ์เท่ากับระยะ 5K หรือ 10K ที่คุณกรอกลงไป แต่ในความเป็นจริง นักวิ่งหน้าใหม่มักขาดระยะสะสม (Mileage) ที่เพียงพอ เมื่อวิ่งพ้นกิโลเมตรที่ 30 ร่างกายจะเกิดสภาวะ "ชนกำแพง (Hitting the wall)" ทำให้เวลาช้าลงกว่าที่ทำนายไว้มาก 2. **ประเภทเส้นทางและสภาพอากาศ:** สถิติที่คุณกรอกอาจมาจากการวิ่งในสวนสาธารณะที่ร่มรื่นและทางเรียบ แต่สนามมาราธอนจริงอาจมีเนินเขา อากาศร้อนจัด หรือมีความชื้นสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ประสิทธิภาพตกลง 3. **โภชนาการระหว่างวิ่ง:** การเติมคาร์โบไฮเดรตและเกลือแร่ระหว่างวิ่ง 42 กิโลเมตรเป็นศาสตร์ที่ต้องฝึกฝน หากเติมไม่พอ พลังงานจะหมดก่อน 4. **Genetic Makeup:** ร่างกายของบางคนเกิดมาพร้อมเส้นใยกล้ามเนื้อแบบ Slow-twitch (ทนทานสูง) มากกว่า Fast-twitch (ความเร็วสูง) คนเหล่านี้อาจจะทำเวลามาราธอนได้ "ดีกว่า" ที่คำนวณจากสถิติ 5K เสียด้วยซ้ำ หากต้องการให้คำทำนายแม่นยำที่สุด แนะนำให้กรอกสถิติจากระยะที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น ใช้สถิติ 21K หรือ 30K ล่าสุดของคุณมาทำนายระยะมาราธอนครับ

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณ VO2 Max

ประเมินความฟิต

Pace ว่ายน้ำ

ความเร็ว 100m

โซนปั่นจักรยาน

FTP Zones

ตาราง Squat/Deadlift

น้ำหนักเซ็ตพีระมิด

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)