กลับไปหน้าหลัก
คำนวณสมการกำลังสอง
ax² + bx + c = 0
Google AdSense
In-Article Ad
FAQ — สมการกำลังสอง
สมการกำลังสอง (Quadratic Equation) คืออะไร และมีรูปทั่วไปอย่างไร?
สมการกำลังสอง หรือ Quadratic Equation ในทางคณิตศาสตร์คือสมการพหุนามตัวแปรเดียวที่มีดีกรีเท่ากับ 2 (เลขชี้กำลังสูงสุดคือ 2) รูปแบบทั่วไปมาตรฐานที่ใช้ทั่วโลกคือ ax² + bx + c = 0 โดยที่ x แทนตัวแปรหรือค่าที่เราต้องการค้นหา (Unknown) ส่วน a, b, และ c เป็นค่าคงตัว (สัมประสิทธิ์) ที่ระบุไว้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญเพียงข้อเดียวคือ a ต้องไม่เท่ากับ 0 (เพราะถ้า a=0 มันจะกลายเป็นสมการเชิงเส้น bx + c = 0 ทันที) เมื่อนำสมการนี้ไปวาดกราฟบนระนาบพิกัดฉาก (Cartesian Coordinate System) จะได้กราฟรูปโค้งที่เรียกว่า 'พาราโบลา' (Parabola) ซึ่งอาจจะคว่ำหรือหงายขึ้นอยู่กับเครื่องหมายของค่า a อ้างอิง: ตำราคณิตศาสตร์พื้นฐาน ม.ต้น (สสวท.); สมาคมคณิตศาสตร์แห่งอเมริกา (MAA).
สูตรคำนวณ (-b ± √(b² - 4ac)) / 2a มีหลักการทำงานอย่างไร?
สูตรกำลังสอง (Quadratic Formula) ที่เราท่องจำกันว่า x = (-b ± √(b² - 4ac)) / 2a เป็นเครื่องมือสากลที่สามารถใช้แก้สมการกำลังสองได้ทุกรูปแบบ โดยไม่ต้องมานั่งแยกตัวประกอบ (Factoring) ให้ยุ่งยาก สูตรนี้มีต้นกำเนิดมาจากการใช้วิธี 'การทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์' (Completing the Square) กับสมการรูปทั่วไป ax² + bx + c = 0 เครื่องหมาย ± (บวกหรือลบ) หน้าเครื่องหมายรูท (Square Root) เป็นตัวบ่งชี้ว่าสมการประเภทนี้มักจะมี 2 คำตอบที่เป็นไปได้ เพราะแกนสมมาตรของพาราโบลาจะแบ่งกราฟออกเป็นสองฝั่งที่ตัดแกน x สองจุดพอดี อ้างอิง: ประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ของ Al-Khwarizmi นักคณิตศาสตร์ชาวเปอร์เซียผู้ให้กำเนิดวิชาพีชคณิต; วารสารคณิตศาสตร์ประยุกต์.
Discriminant (b² - 4ac) คืออะไร และมันบอกอะไรเราได้บ้าง?
ค่า Discriminant (มักใช้สัญลักษณ์ Δ หรือ ตัวดีลต้า) คือนิพจน์ที่อยู่ใต้เครื่องหมายรากที่สอง (Square Root) ในสูตรกำลังสอง นั่นคือ Δ = b² - 4ac ค่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเพราะมันเป็น 'ตัวจำแนก' ชนิดของคำตอบที่เราจะได้ โดยไม่ต้องคำนวณจนจบสูตร กฎคือ: 1) ถ้า Δ > 0 (เป็นค่าบวก) แปลว่าถอดรูทได้ค่าจริง 2 ค่า สมการจะมี 2 คำตอบที่เป็นจำนวนจริง (กราฟตัดแกน X สองจุด) 2) ถ้า Δ = 0 ถอดรูทได้ 0 สมการจะมีคำตอบเดียวหรือที่เรียกว่า 'รากซ้ำ' (กราฟสัมผัสแกน X จุดเดียวพอดี) 3) ถ้า Δ < 0 (เป็นค่าลบ) ในระบบจำนวนจริงจะไม่สามารถถอดรูทค่าลบได้ แปลว่าสมการไม่มีคำตอบเป็นจำนวนจริง แต่จะได้คำตอบเป็น 'จำนวนเชิงซ้อน' (Complex Numbers) ที่ติดค่า i (กราฟลอยอยู่เหนือหรือใต้แกน X โดยไม่ตัดเลย) อ้างอิง: ทฤษฎีบทมูลฐานของพีชคณิต (Fundamental Theorem of Algebra); สถาบันวิจัยคณิตศาสตร์ทฤษฎี.
สมการกำลังสองมีการนำไปใช้งานในชีวิตจริงและวิทยาศาสตร์อย่างไร?
แม้จะเป็นคณิตศาสตร์ในห้องเรียน แต่สมการกำลังสองประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงและวงการวิทยาศาสตร์วิศวกรรมอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในวิชาฟิสิกส์คือ 'การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไทล์' (Projectile Motion) เช่น การคำนวณวิถีโค้งของลูกบาสเกตบอลที่ถูกชู้ต การยิงจรวด หรือวิถีปืนใหญ่ ซึ่งสมการความสูง (h) เมื่อเทียบกับเวลา (t) จะอยู่ในรูป h(t) = -1/2(g)t² + vt + h₀ (ซึ่งเป็นฟังก์ชันกำลังสอง) ทำให้สามารถคำนวณจุดสูงสุดหรือเวลาตกถึงพื้นได้อย่างแม่นยำ ในวิศวกรรมโยธา ใช้คำนวณส่วนโค้งของสะพานแขวน ส่วนในเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจใช้ฟังก์ชันพาราโบลาเพื่อหาจุดกำไรสูงสุด (Maximum Profit) หรือจุดต้นทุนต่ำสุด (Minimum Cost) ผ่านการหาจุดยอด (Vertex) ของสมการ อ้างอิง: ฟิสิกส์ มหาวิทยาลัย (University Physics by Young and Freedman); คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชากลศาสตร์ประยุกต์.
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
แปลงเรเดียนเป็นองศา
เครื่องมือแปลงมุมจากเรเดียน (Radian) เป็นองศา (Degree) อย่างแม่นยำ พร้อมสูตรและวิธีการคำนวณ
เครื่องมือสุ่มตัวเลข
สุ่มตัวเลขตามช่วงที่ต้องการ สามารถเลือกจำนวนตัวเลขที่สุ่ม กำหนดให้ไม่ซ้ำ และเรียงลำดับผลลัพธ์ได้
เครื่องมือคำนวณหาค่าพิสัย (Range)
เครื่องมือคำนวณหาค่าพิสัย (Range) ของข้อมูล พร้อมหาค่าสูงสุดและต่ำสุดของข้อมูล
เครื่องมือแปลงเลขโรมันเป็นเลขฐานสิบ
แปลงตัวเลขโรมัน (I, V, X, L, C, D, M) เป็นตัวเลขฐานสิบปกติ พร้อมวิเคราะห์ขั้นตอนวิธีบวกลบ
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)