กลับไปหน้าหลัก
คำนวณจุดสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด (EOQ)
คำนวณปริมาณการสั่งซื้อสินค้าที่ทำให้ต้นทุนรวมต่ำที่สุด
ปริมาณสั่งซื้อที่คุ้มค่าที่สุด (EOQ)
1,000 ชิ้น/ครั้ง
ความถี่ในการสั่งซื้อ
10 ครั้ง/ปี
คำถามที่พบบ่อย (EOQ)
EOQ (Economic Order Quantity) คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องใช้?
EOQ (Economic Order Quantity) หรือ "ปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด" เป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในคลังสินค้าและการจัดการซัพพลายเชน เพื่อหา "จุดสมดุล" ระหว่างต้นทุน 2 ชนิด ได้แก่:
1. **ต้นทุนการสั่งซื้อ (Ordering Costs):** เช่น ค่าทำเอกสาร ค่าขนส่ง ค่าตรวจรับของ ยิ่งคุณสั่งซื้อบ่อย (ครั้งละน้อยๆ) ต้นทุนส่วนนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้น
2. **ต้นทุนการจัดเก็บ (Holding / Carrying Costs):** เช่น ค่าเช่าโกดัง ค่าเสื่อมสภาพ ค่าไฟ ค่าประกันภัยสินค้า ยิ่งคุณสั่งของมาสต็อกครั้งละมากๆ (เพื่อให้ได้ของถูกหรือลดค่าขนส่ง) ต้นทุนส่วนนี้ก็จะพุ่งสูงขึ้น
EOQ จะเข้ามาช่วยคำนวณหาตัวเลขที่ทำให้กราฟของต้นทุน 2 ตัวนี้ตัดกันในจุดที่ "ต่ำที่สุด" ทำให้ธุรกิจของคุณมีสินค้าพร้อมขายโดยที่เงินไม่ไปจมอยู่ในโกดังมากเกินไป และไม่ต้องเสียค่าขนส่งบ่อยเกินไป ถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับธุรกิจค้าปลีก โรงงานอุตสาหกรรม และร้านค้า E-commerce
อ้างอิง:
- Harris, F. W. (1913). How many parts to make at once. Factory, The Magazine of Management.
โมเดล EOQ มีข้อจำกัด หรือสมมติฐานอะไรบ้างที่ต้องระวัง?
แม้สูตร EOQ จะดูสมบูรณ์แบบ แต่ในโลกธุรกิจจริง โมเดลนี้ถูกสร้างขึ้นบนสมมติฐาน (Assumptions) บางอย่างที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นจริงเสมอไป เช่น:
1. **ความต้องการสินค้าคงที่ (Constant Demand):** สูตร EOQ สมมติว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าเท่าๆ กันทุกวันตลอดทั้งปี แต่ในความเป็นจริง สินค้าหลายชนิดมีฤดูกาล (Seasonality) เช่น เสื้อกันหนาว หรือร่ม
2. **ไม่มีส่วนลดเมื่อซื้อจำนวนมาก (No Quantity Discounts):** สูตรไม่ได้นำเรื่อง "การลดราคาเมื่อซื้อยกล็อตใหญ่" มาคำนวณ ซึ่งบางครั้งการยอมสต็อกของเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ส่วนลดจากซัพพลายเออร์ อาจจะคุ้มค่ากว่าการสั่งแบบ EOQ
3. **ระยะเวลารอคอยคงที่ (Constant Lead Time):** สูตรเชื่อว่าสั่งของปุ๊บ จะได้ของในเวลาที่กำหนดเป๊ะๆ โดยไม่เผื่อความล่าช้าจากการขนส่ง (Supply chain disruptions)
ดังนั้น ผู้จัดการคลังสินค้าจึงมักใช้ EOQ เป็น "ตัวเลขตั้งต้น (Baseline)" จากนั้นจะนำตัวแปรอื่นๆ เช่น ส่วนลด หรือค่าความเผื่อขาดแคลน (Safety Stock) มาปรับใช้จริงร่วมด้วยครับ
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้น
คำนวณต้นทุนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่ใช้ต่อสินค้า 1 ชิ้น รวมถึงกล่อง ฉลาก และค่าแรงแพ็ค
คำนวณสัดส่วนงบโฆษณา (Ad Budget Allocation)
คำนวณและจัดสรรงบประมาณโฆษณาเพื่อสร้างยอดขายตามเป้าหมาย (ROAS)
คำนวณระยะเวลาคืนทุนของลูกค้า (CAC Payback)
คำนวณระยะเวลาที่ใช้ในการคืนทุนค่าใช้จ่ายในการได้ลูกค้าใหม่ (CAC) สำหรับธุรกิจ Subscription หรือ SaaS
คำนวณค่าล่วงเวลา (OT)
คำนวณค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดตามกฎหมายแรงงานไทย
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)