กลับไปหน้าหลัก
คำนวณ DSCR (อัตราส่วนการชำระหนี้)
วิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการกู้ยืมและขอสินเชื่อ
คาบเวลาที่ต้องการคำนวณ
การประเมินอัตราส่วน DSCR
Debt Service Coverage Ratio0.00
กรอกข้อมูลเพื่อคำนวณ
รายได้ดำเนินงานสุทธิ (NOI):฿0
ยอดผ่อนชำระรวม (Debt Service):฿0
เกณฑ์และวิธีการวิเคราะห์ DSCR
- รายได้ดำเนินงานสุทธิ (NOI) = รายได้จากค่าเช่ารวม - ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน (ไม่รวมภาษีบุคคลและค่าเสื่อม)
- ยอดชำระหนี้รวม (Debt Service) = เงินต้นที่ต้องผ่อนส่งธนาคาร + ดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมด
- สูตร: DSCR = NOI ÷ ยอดชำระหนี้รวม (Debt Service)
- การตีความ: หาก DSCR น้อยกว่า 1.0 แปลว่าสินทรัพย์นั้นมีกระแสเงินสดติดลบและไม่เพียงพอชำระหนี้ (ธนาคารมักปฏิเสธเงินกู้)
Google AdSense
In-Article Ad
ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอัตราส่วนการชำระหนี้ (DSCR) เพื่อการกู้เงินซื้ออสังหาฯ
DSCR คืออะไร และทำไมธนาคารจึงเข้มงวดกับตัวเลขนี้ในการปล่อยกู้?
DSCR ย่อมาจาก Debt Service Coverage Ratio (อัตราส่วนความสามารถในการบริการหนี้) คือ ดัชนีทางการเงินตัวสำคัญที่ใช้วัดความสามารถของอสังหาริมทรัพย์ในการสร้างรายได้มาจ่ายคืนเงินกู้ของธนาคาร ธนาคารพาณิชย์ให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้อย่างมากในกรณีการกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (เช่น การกู้ซื้ออาคารพาณิชย์ปล่อยเช่า หรือหอพัก) เนื่องจากธนาคารไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงจากการที่ผู้กู้ขาดสภาพคล่องจนเกิดเป็นหนี้เสีย (NPL) ธนาคารจึงประเมินว่าตัวตึกเองต้องหาเงินให้ได้มากเกินพอที่จะครอบคลุมค่างวดกู้ในแต่ละเดือนโดยมีส่วนต่างที่ปลอดภัย
ตัวเลข DSCR เท่าใดที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ธนาคารมักจะอนุมัติเงินกู้?
เกณฑ์อนุมัติมาตรฐานของธนาคารส่วนใหญ่จะกำหนดว่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ควรมีอัตราส่วน DSCR อยู่ที่อย่างน้อย 1.20 ถึง 1.25 เท่าขึ้นไป ซึ่งหมายความว่า ทุกๆ หนี้สินค่างวดผ่อนชำระ 100 บาท ตัวอาคารจะต้องมีรายได้สุทธิ (NOI) คืนกลับมาอย่างน้อย 120 ถึง 125 บาท ส่วนต่าง 20-25% ที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับความเสี่ยง (Buffer) ในกรณีที่มีผู้เช่าย้ายออก หรือค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงตึกสูงขึ้นฉับพลัน
หาก DSCR ต่ำกว่า 1.0 จะส่งผลเสียต่อนักลงทุนอย่างไรบ้าง?
หากค่า DSCR ต่ำกว่า 1.00 (เช่น ได้ 0.85) จะหมายความว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ (Negative Cash Flow) รายได้ค่าเช่าไม่เพียงพอชำระค่างวดแก่ธนาคาร ส่งผลให้นักลงทุนต้องนำเงินเก็บส่วนตัวจากแหล่งรายได้อื่นมาโปะจ่ายค่างวดธนาคารในทุกๆ เดือน ซึ่งเพิ่มความตึงตัวทางการเงินอย่างมาก และหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ได้
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณยอดโปะบ้าน หมดหนี้เร็วขึ้นกี่ปี
คำนวณว่าการโปะบ้านเพิ่มต่อเดือน จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยและลดเวลาผ่อนได้กี่ปี
คำนวณยอดรีไฟแนนซ์บ้าน ส่วนต่างความคุ้มค่า
เปรียบเทียบความคุ้มค่าในการรีไฟแนนซ์บ้าน พร้อมคำนวณส่วนต่างค่างวดและจุดคุ้มทุน
คำนวณเงินได้สุทธิและภาษี
คำนวณเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน พร้อมประเมินภาษีที่ต้องจ่าย
คำนวณเงินออม กอช.
ประมาณการเงินบำนาญและเงินสะสมกองทุนออมแห่งชาติ (กอช.) เมื่ออายุครบ 60 ปี
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)