กลับไปหน้าหลัก
คำนวณ Cap Rate อสังหาฯ เชิงพาณิชย์
วิเคราะห์อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น อาคารสำนักงาน ตึกแถว และหอพัก
ผลการวิเคราะห์ Cap Rate
Capitalization Rate (Cap Rate)0.00%
รายได้สุทธิจากการดำเนินงาน (NOI):฿0
อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายรับ:0%
วิธีการคำนวณและขั้นตอนการหาค่า Cap Rate
- ขั้นตอนที่ 1: คำนวณหารายได้สุทธิจากการดำเนินงาน (Net Operating Income: NOI) = รายรับรวมต่อปี - ค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อปี (ไม่รวมยอดผ่อนส่งธนาคาร)
- ขั้นตอนที่ 2: คำนวณหา Cap Rate = (NOI ÷ มูลค่าหรือราคาซื้อทรัพย์สิน) × 100
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expenses) ได้แก่ ค่าบำรุงรักษา, ค่าแม่บ้าน/คนดูแลตึก, ภาษีที่ดิน, ประกันภัยอาคาร และค่าน้ำไฟส่วนกลาง
Google AdSense
In-Article Ad
แนวทางการลงทุนอสังหาฯ เชิงพาณิชย์และการประเมิน Cap Rate
Capitalization Rate (Cap Rate) คืออะไร และแตกต่างจาก Rental Yield อย่างไร?
Capitalization Rate หรืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสะท้อนถึงผลตอบแทนทางการเงินที่อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์จะสร้างขึ้นมาในระยะเวลาหนึ่งปีโดยใช้มูลค่าตลาดปัจจุบันเป็นเกณฑ์การเปรียบเทียบ จุดแตกต่างสำคัญกับ Rental Yield ทั่วไปคือ Cap Rate ถูกใช้สำหรับประเมินอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้เชิงพาณิชย์ที่ซับซ้อน เช่น อาคารสำนักงานให้เช่า ห้างสรรพสินค้า โกดังสินค้า หรืออพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ และเกณฑ์สำคัญคือตัวเลขค่าใช้จ่ายที่นำมาคิดจะต้องเป็น 'ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของสินทรัพย์' (Operating Expenses) จริงๆ และไม่คำนึงถึงโครงสร้างหนี้ (เช่น เงินกู้ หรือภาระดอกเบี้ยจ่ายส่วนบุคคล)
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานประเภทใดบ้างที่ต้องนำมาหักออกเพื่อให้ได้ NOI ที่ถูกต้อง?
ค่าใช้จ่ายที่จะนำมาหักเพื่อหา Net Operating Income (NOI) จะต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานและการรักษาเสถียรภาพของตัวทรัพย์สินเท่านั้น ได้แก่ ค่าประกันภัยอาคาร ค่าธรรมเนียมการจัดการและนิติบุคคล ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบ (เช่น ลิฟต์ เครื่องปรับอากาศระบบใหญ่ สุขาภิบาล) ค่าบริการแม่บ้านและรักษาความปลอดภัย รวมถึงเงินสำรองเพื่อเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ (Capital Reserves) แต่สิ่งที่ 'ห้าม' นำมาคำนวณหักออกคือ ค่างวดผ่อนชำระหนี้กับธนาคาร (Debt Service) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้ถือครอง และค่าเสื่อมราคาทางบัญชี (Depreciation)
อัตรา Cap Rate ที่ดีสำหรับหอพักหรืออาคารพาณิชย์ในประเทศไทยควรเป็นเท่าไร?
อัตรา Cap Rate ที่เหมาะสมจะแปรผันตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์และระดับความเสี่ยงของทำเล โดยทั่วไปหอพักและอพาร์ตเมนต์ในไทยมักจะมีค่า Cap Rate คาดหวังเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ถึง 7% ต่อปี สำหรับอาคารพาณิชย์หรือตึกแถวให้เช่าทำร้านสะดวกซื้ออาจจะอยู่ระหว่าง 4.5% ถึง 6% เนื่องจากมีความมั่นคงของผู้เช่าสูงกว่า ส่วนโกดังและโรงงานให้เช่า (Industrial Properties) มักจะมีอัตรา Cap Rate ที่สูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 6.5% ถึง 9% ต่อปี เพื่อชดเชยกับความเสี่ยงในกรณีที่ผู้เช่าย้ายออกแล้วการหาผู้เช่าใหม่มาทดแทนทำได้ยากกว่าอาคารพาณิชย์ประเภทอื่นๆ
ทำไมอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำจึงมักจะมีอัตรา Cap Rate ที่ต่ำตามไปด้วย?
ในทางการเงินและอสังหาริมทรัพย์ ความเสี่ยงกับผลตอบแทนเป็นของคู่กัน (Risk and Return) สินทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในทำเลทองคำชั้นนำของประเทศ เช่น ตึกแถวสยามสแควร์ หรืออาคารสำนักงานระดับเกรด A ในย่านสาทร จะมีอัตราความเสี่ยงต่ำมากที่จะไม่มีผู้เช่า และมีสภาพคล่องสูงในการขายต่อ ทำให้ความเสี่ยงต่ำลง ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยินดีที่จะยอมรับผลตอบแทนร้อยละที่ต่ำลง (Low Cap Rate) แต่ได้ความมั่นคงสูง ในทางตรงกันข้าม อสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวชายทะเลนอกฤดูกาล หรือโกดังในเขตพื้นที่ห่างไกล จะมีโอกาสห้องว่างสูง ทำให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงในสัดส่วนที่สูงขึ้น (High Cap Rate)
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมายการออม
ต้องเก็บเดือนละเท่าไหร่
เงินเฟ้อ
มูลค่าเงินในอนาคต
เงินเดือน ↔ รายชั่วโมง
ค่าแรงรายชั่วโมง
ความมั่งคั่งสุทธิ
ทรัพย์สินหักหนี้สิน
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)