กลับไปหน้าหลัก
คำนวณมูลค่าอสังหาฯ วิธีรายได้ (Income Approach)
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้ตามหลักสากล
มูลค่าประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
มูลค่าทรัพย์สินตามเกณฑ์รายได้฿0
*สูตรนี้ใช้สำหรับการประเมินหามูลค่าทรัพย์สินที่เหมาะสมจากการคาดการณ์รายได้สุทธิประจำปีเท่านั้น
วิธีการคำนวณหามูลค่าอสังหาฯ ด้วยวิธีรายได้
- สูตร: มูลค่าทรัพย์สินประเมิน = รายได้จากการดำเนินงานสุทธิต่อปี (NOI) ÷ อัตราผลตอบแทนเป้าหมาย (Cap Rate เป็นทศนิยม)
- ตัวอย่าง: หากโครงการตึกแถวให้เช่ามี NOI เท่ากับ 300,000 บาท/ปี และนักลงทุนคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน 5% ต่อปี
- มูลค่าสินทรัพย์ที่เหมาะสมจะซื้อ = 300,000 ÷ 0.05 = 6,000,000 บาท
Google AdSense
In-Article Ad
ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยวิธีรายได้ (Income Approach)
วิธีคิดแบบ Income Approach (หรือ Income Capitalization) คืออะไร?
การประเมินมูลค่าทรัพย์สินด้วยวิธีรายได้ (Income Approach) คือ หนึ่งในสามวิธีมาตรฐานสากลในการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ วิธีนี้อิงหลักคิดสำคัญที่ว่า 'มูลค่าของสินทรัพย์ในปัจจุบันถูกกำหนดโดยผลประโยชน์และกระแสเงินสดที่สินทรัพย์นั้นจะสร้างขึ้นมาในอนาคต' วิธีการคำนวณนี้เป็นวิธีหลักที่ผู้ประเมินราคาอิสระ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และธนาคารพาณิชย์นำมาใช้เพื่อหาราคาตึกแถว อพาร์ตเมนต์ ออฟฟิศให้เช่า หรือโรงแรม เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านี้ซื้อขายเพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างกระแสเงินสดมากกว่าการอยู่เอง
เพราะเหตุใดเราจึงต้องใช้ Cap Rate ที่แตกต่างกันในการประเมินโครงการ?
Cap Rate ทำหน้าที่เป็นทั้งอัตราคิดลดและตัวสะท้อนความเสี่ยงของทรัพย์สินและทำเล หากผู้เช่ามีความมั่นคงสูงมากและสัญญาเช่าระยะยาว (เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่) อัตรา Cap Rate ที่นำมาคิดจะต่ำลง (เช่น 4-5%) ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าประเมินของทรัพย์สินเพิ่มสูงขึ้น ในทางกลับกัน หากธุรกิจมีความไม่แน่นอนสูง ผู้เช่ามีการหมุนเวียนบ่อย อัตราคิดลดจะเพิ่มขึ้น (เช่น 8-10%) ส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ลดต่ำลงตามหลักความคุ้มค่าและความเสี่ยงของตัวนักลงทุนเอง
วิธีคำนวณแบบตรงนี้ (Direct Capitalization) มีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง?
ข้อจำกัดหลักของวิธี Direct Capitalization คือ การสมมติว่ารายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (NOI) จะมีค่าคงที่และสม่ำเสมอไปตลอดในอนาคต ซึ่งในโลกความเป็นจริง รายได้ค่าเช่าอาจเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อหรือลดลงจากวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงค่าใช้จ่ายอาจผันผวนอย่างไม่มีทิศทาง ดังนั้น หากเป็นสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อนของโครงสร้างสัญญาเช่ามากๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า นักประเมินราคาจะเปลี่ยนไปใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสดขั้นสูง (Discounted Cash Flow: DCF) ซึ่งคิดกระแสเงินสดแยกเป็นรายปีตลอดช่วงเวลาถือครองโครงการแทน
การปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยวิธีรายได้อย่างไร?
ในวิธีรายได้ การเพิ่มมูลค่าประเมินทำได้โดยการทำให้อัตรา NOI เพิ่มขึ้นหรือลดความเสี่ยงเพื่อให้ได้ Cap Rate ที่ดีขึ้น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมหรือการติดโซลาร์รูฟเพื่อประหยัดไฟส่วนกลางของตึก จะทำให้รายจ่ายดำเนินงานลดลง ซึ่งช่วยดันตัวเลข NOI ให้สูงขึ้นโดยตรง หรือการรีโนเวทภายนอกตึกให้ดูทันสมัยขึ้นจะทำให้สามารถปรับอัตราค่าเช่าขึ้นได้ และดึงดูดผู้เช่าเกรดดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลทำให้ราคาประเมินของสินทรัพย์ตามวิธีรายได้พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณ Rental Yield คอนโด/ห้องชุด
หาอัตราผลตอบแทนการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม Gross Yield และ Net Yield แบบละเอียด
คำนวณ Cap Rate อสังหาฯ เชิงพาณิชย์
คำนวณอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า หอพัก
คำนวณมูลค่าอสังหาฯ วิธีต้นทุน (Cost Approach)
ประเมินมูลค่าบ้านและที่ดินโดยใช้วิธีต้นทุนทดแทนใหม่ หักค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้างสะสม
คำนวณกำไรและ ROI ฟลิปบ้าน/คอนโด
คำนวณต้นทุน กำไรสุทธิ และผลตอบแทน (ROI) สำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์มาปรับปรุงแล้วขายต่อ
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)