กลับไปหน้าหลัก
คำนวณมูลค่าอสังหาฯ วิธีต้นทุน (Cost Approach)
ประเมินมูลค่าบ้านและที่ดินด้วยหลักเกณฑ์ราคาประเมินและค่าเสื่อมอาคาร
ส่วนที่ 1: การประเมินมูลค่าที่ดิน
ส่วนที่ 2: สิ่งปลูกสร้างและค่าเสื่อม
ผลการคำนวณมูลค่ารวม
มูลค่าอสังหาริมทรัพย์รวมสุทธิ฿0
มูลค่าที่ดินเปล่า:฿0
มูลค่าสิ่งปลูกสร้างสร้างใหม่:฿0
ค่าเสื่อมราคาสะสม:- ฿0 (0%)
มูลค่าอาคารหลังหักค่าเสื่อม:฿0
สูตรและทฤษฎีประเมินอสังหาฯ วิธีต้นทุน
- ขั้นตอนที่ 1: คำนวณมูลค่าที่ดิน = ขนาดที่ดิน (ตารางวา) × ราคาตลาดหรือประเมินต่อตารางวา
- ขั้นตอนที่ 2: คำนวณมูลค่าก่อสร้างทดแทนใหม่ = พื้นที่ใช้สอย (ตร.ม.) × ค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงต่อ ตร.ม.
- ขั้นตอนที่ 3: คำนวณค่าเสื่อมสะสม = อายุอาคาร × เปอร์เซ็นต์ค่าเสื่อมรายปี (ปกติบ้านเดี่ยว/ปูน คิดที่ 1% - 3% ต่อปี)
- ขั้นตอนที่ 4: มูลค่าทรัพย์สินรวม = มูลค่าที่ดิน + (มูลค่าก่อสร้างทดแทนใหม่ - ค่าเสื่อมสะสม)
Google AdSense
In-Article Ad
คู่มือความรู้การประเมินราคาบ้านด้วยวิธีต้นทุน (Cost Approach)
วิธีประเมินแบบ Cost Approach คืออะไร และมักใช้กับอสังหาฯ ประเภทใด?
การประเมินราคาด้วยวิธีคิดจากต้นทุน (Cost Approach) คือ วิธีการหาค่าอสังหาริมทรัพย์โดยประเมินแยกชิ้นส่วนกันระหว่าง มูลค่าของที่ดินเปล่า กับมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง แล้วนำมารวมกัน โดยหลักการสำคัญมีอยู่ว่า 'ผู้ซื้อที่รอบคอบจะไม่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อที่ดินเปล่าและก่อสร้างอาคารที่มีลักษณะเดียวกันขึ้นมาทดแทนใหม่' วิธีนี้มักถูกนำมาใช้งานกับสินทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดบ่อยนัก หรือทรัพย์สินเฉพาะทาง เช่น บ้านเดี่ยวสร้างเองบนที่ดินส่วนบุคคล โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า วัด โรงเรียน หรือสถานีบริการน้ำมัน
การคำนวณหามูลค่าที่ดินเปล่าในวิธีนี้อิงเกณฑ์จากอะไรเป็นสำคัญ?
ในขั้นตอนการหาค่าที่ดินเปล่า นักประเมินจะไม่ได้ใช้ต้นทุนการซื้อที่ดินในอดีต แต่จะใช้วิธี 'เปรียบเทียบตลาด' (Market Comparison Approach) โดยดูว่าในปัจจุบันที่ดินเปล่าในทำเลใกล้เคียงกันที่คล้ายคลึงกัน มีการประกาศซื้อขายจริงหรือถูกประเมินโดยกรมธนารักษ์อยู่ที่เท่าใด เพื่อนำมาเป็นฐานตัวเลขราคาเฉลี่ยต่อตารางวา จากนั้นจึงนำมาคูณกับเนื้อที่ดินทั้งหมดตามโฉนดจริงเพื่อให้ได้มูลค่าที่ดินดิบ
การหาค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้างคิดอย่างไร และอัตราร้อยละเท่าใดที่นิยมใช้?
ค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้าง (Depreciation) ตามมาตรฐานของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย จะถูกวิเคราะห์จากความเสื่อมสภาพทางกายภาพ (Physical Deterioration) ตามอายุขัยการใช้งานของวัสดุ โดยทั่วไปอาคารประเภทโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) จะถูกประเมินให้อายุการใช้งานเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 30-50 ปี ทำให้อัตราเสื่อมราคาวิ่งอยู่ที่ราวๆ 2% ถึง 3% ต่อปี ส่วนอาคารกึ่งไม้กึ่งปูนอาจจะคิดค่าเสื่อมสูงถึง 3-5% ต่อปี อย่างไรก็ตาม มูลค่าซากที่เหลือมักจะไม่ลดลงต่ำไปกว่า 10% ของมูลค่าก่อสร้างใหม่ทั้งหมด แม้อาคารจะมีอายุเกิน 50 ปีแล้วก็ตาม
เพราะเหตุใดวิธี Cost Approach จึงอาจไม่สะท้อนราคาตลาดจริงในย่านธุรกิจ?
สาเหตุสำคัญที่วิธีต้นทุนไม่ตรงกับราคาตลาดในย่านธุรกิจสำคัญ (CBD) เป็นเพราะ 'ค่าความต้องการและทำเล' (Locational Obsolescence) ย่านเมืองหลวงที่มีความเจริญหนาแน่นสูง มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์จะพุ่งเกินกว่าต้นทุนวัสดุและที่ดินเปล่าไปมากเนื่องจากความสะดวกสบายและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ดังนั้น หากนำวิธีต้นทุนไปประเมินตึกเก่าในย่านสยามสแควร์ มูลค่าที่คำนวณได้อาจจะต่ำกว่าราคาซื้อขายในตลาดจริงไปหลายเท่าตัว เพราะที่นั่นผู้ซื้อยินดีจ่ายตามกระแสรายได้ที่จะเกิดขึ้น (Income Approach) หรือจ่ายตามดีมานด์การประมูลแข่งกันในตลาด
เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง
คำนวณค่าทำผมต่อปี
คำนวณค่าใช้จ่ายในการทำสี ทำเคมี อบไอน้ำ สปาผม และผลิตภัณฑ์ดูแลผมรายปี
คำนวณค่าสมาชิกรายเดือน streaming
รวบรวมและวิเคราะห์ค่าสมาชิกสตรีมมิ่งความบันเทิงรายเดือนและรายปี
คำนวณค่ากาแฟนอกบ้านต่อปี
คำนวณและประเมินค่าใช้จ่ายซื้อกาแฟและขนมนอกบ้านสะสมรายปี
คำนวณภาษีเงินได้ 2569
คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพร้อมรายการลดหย่อนทั้งหมด
Google AdSense
Sidebar Ad (300x600)
Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)