กลับไปหน้าหลัก

คำนวณขนาดเครื่องกรองน้ำ

ประเมินปริมาณการใช้น้ำของครอบครัวและเทคโนโลยีสารกรองน้ำที่ตอบโจทย์

สเปกเครื่องกรองน้ำแนะนำ

ปริมาณน้ำใช้ต่อวัน12 ลิตร
ขนาดผลิตแนะนำเผื่อสำรอง15 ลิตร/วัน
เทคโนโลยีการกรองที่เหมาะสมระบบ Ultra Filtration (UF) หรือระบบ Reverse Osmosis (RO) แบบ 5 ขั้นตอน
ขนาดตัวเรือน/เมมเบรนที่แนะนำเมมเบรนขนาดกำลังผลิต 50-75 GPD (แกลลอนต่อวัน) พร้อมถังแรงดันสำรอง
ข้อแนะนำการดูแลรักษา: เปลี่ยนไส้กรองหยาบ (PP) และคาร์บอน (Carbon) ทุกๆ 3-6 เดือน เมมเบรนทุก 1-2 ปี

เกณฑ์การประมาณการระบบกรองน้ำ

  • ประมาณความต้องการใช้น้ำรายวัน: น้ำดื่มคิดอัตราเฉลี่ย 3 ลิตร/คน/วัน, น้ำใช้ทั่วไปอิงสถิติการประปานครหลวงที่ 180 ลิตร/คน/วัน
  • เผื่อสัมประสิทธิ์ความปลอดภัย 1.25 เพื่อรับรองปริมาณการใช้งานช่วงที่มีกิจกรรมหนาแน่นหรือรองรับแขกผู้มาเยือน
  • วิเคราะห์สารปนเปื้อนในน้ำดิบ: น้ำประปามีการบำบัดฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนเน้นการกรองคาร์บอนกำจัดกลิ่นสารอินทรีย์เคมี ส่วนน้ำบาดาลมักมีตะกอนดินเหนียว สนิมเหล็ก และหินปูนสูง จึงต้องใช้สารกรองเรซิ่นล้างความแข็งกระด้างร่วมด้วย

แนวทางการเลือกเครื่องกรองน้ำเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยในบ้าน

1. ระบบกรองน้ำแบบ RO และ UF ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

1) ระบบ Reverse Osmosis (RO) มีความละเอียดในการกรองสูงที่สุดถึง 0.0001 ไมครอน สามารถกรองสารละลาย แบคทีเรีย ไวรัส โลหะหนัก และเกลือแร่ต่างๆ ออกจนหมด ได้น้ำสะอาดบริสุทธิ์เกือบ 100% เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำประปาเค็ม น้ำกร่อย หรือน้ำบาดาล 2) ระบบ Ultra Filtration (UF) มีความละเอียดประมาณ 0.01 ไมครอน กรองสิ่งสกปรกและเชื้อโรคได้ดีแต่ไม่กรองเอาเกลือแร่ตามธรรมชาติออก น้ำที่ได้จึงยังมีแร่ธาตุหลงเหลืออยู่ ระบบ UF ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและไม่ก่อให้เกิดน้ำทิ้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาคหรือนครหลวงปกติอยู่แล้ว

2. สารกรองน้ำคาร์บอน เรซิ่น และแมงกานีส มีหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร?

สารกรองแต่ละชนิดทำหน้าที่จับสิ่งเจือปนที่แตกต่างกันตามหลักเคมี: 1) สาร Activated Carbon ทำหน้าที่กรองดักกลิ่น สี คลอรีน สารอินทรีย์ และสารเคมีปราบศัตรูพืช 2) สารกรอง Resin ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนประจุประสมเพื่อกำจัดไอออนแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดหินปูนและตะกรันในน้ำ 3) สารกรอง Manganese Sand ทำหน้าที่เร่งการออกซิเดชันเพื่อเปลี่ยนรูปเหล็กและสนิมโลหะในน้ำที่เป็นสนิมแดงให้เป็นตะกอนขนาดใหญ่เพื่อดักกรองออกง่ายขึ้น

3. ทำไมน้ำกรองจากระบบ RO ถึงมีน้ำทิ้ง และต้องทิ้งในสัดส่วนเท่าไร?

ระบบ RO ทำงานโดยใช้ปั๊มแรงดันสูงดันน้ำผ่านเยื่อแผ่นกรองเมมเบรนที่มีรูพรุนเล็กมากเป็นพิเศษเพื่อคัดกรองสารปนเปื้อน โมเลกุลของน้ำที่สะอาดเท่านั้นที่จะผ่านเยื่อเมมเบรนไปได้ ส่วนน้ำที่พาสารแขวนลอยเข้มข้นโลหะหนักจะไม่สามารถผ่านไปได้และจะถูกล้างออกจากระบบเพื่อป้องกันการอุดตันของแผ่นกรอง ซึ่งเราเรียกว่า 'น้ำทิ้ง' (Wastewater) อัตราส่วนน้ำทิ้งปกติจะอยู่ที่ประมาณ 60% ถึง 70% ของปริมาณน้ำดิบที่ป้อนเข้า ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าเพื่อน้ำดื่มที่สะอาดที่สุด

4. วิธีสังเกตเมื่อไรที่ไส้กรองหมดอายุและต้องเปลี่ยนสารกรองน้ำ?

คุณสามารถสังเกตสิ่งบ่งชี้เหล่านี้: 1) อัตราไหลของน้ำกรองช้าลงอย่างเห็นได้ชัด (ไส้กรองเริ่มอุดตันด้วยคราบดินโคลน) 2) กลิ่นคลอรีนเริ่มกลับมาในน้ำกรอง (คาร์บอนเริ่มหมดสภาพการดูดซับ) 3) รสชาติของน้ำกรองเปลี่ยนไป มีกลิ่นอับหรือกระด้างขึ้น 4) มีคราบตะกรันสีขาวเกาะที่ปลายก๊อกหรือในกาน้ำร้อน (สารกรองเรซิ่นเสื่อมสภาพ) โดยปกติแนะนำให้ตั้งปฏิทินตรวจเช็กทุก 6 เดือน

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

คำนวณค่าต่อเติมบ้าน

ประมาณการงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการต่อเติมบ้าน ห้องครัว หรือหลังคาที่จอดรถ

สีทาบ้าน

พื้นที่ผนัง → ลิตร

ปูนซีเมนต์

ปริมาณปูนตามพื้นที่

วอลเปเปอร์

ม้วนที่ต้องการ

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)