กลับไปหน้าหลัก

คำนวณขนาดสายไฟตามกระแส

หาขนาดสายไฟทองแดงที่ปลอดภัยตามโหลดไฟฟ้าและระยะทาง

ผลการคำนวณ

กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร15.91 A
ขนาดสายไฟขั้นต่ำ (ตามกระแส)4 sq.mm.
แรงดันไฟฟ้าตกในสาย (Voltage Drop)4.40 V (2.00%)
คำแนะนำขนาดสายไฟที่ควรติดตั้งจริง (รวมเผื่อไฟตก)4 sq.mm.

หลักเกณฑ์การคำนวณขนาดสายไฟ

  • หาค่ากระแสไฟฟ้า: สำหรับ 1 เฟส I = Watts / (220 * PF) และสำหรับ 3 เฟส I = Watts / (1.732 * 380 * PF)
  • เปรียบเทียบตารางมาตรฐาน: หาพิกัดการนำกระแสของสายไฟทองแดง (ตามวิธีติดตั้ง) ว่าจะต้องทนกระแสได้ไม่ต่ำกว่ากระแสคำนวณ
  • คำนวณแรงดันตก (Voltage Drop): V_drop = Factor * I * (Distance/1000) * R (โดย Factor = 2 สำหรับ 1 เฟส และ 1.732 สำหรับ 3 เฟส)
  • ประเมินเปอร์เซ็นต์แรงดันตก: หากเกิน 3% ระบบจะเสนอแนะให้ปรับขนาดสายใหญ่ขึ้นทีละขั้นจนกว่าแรงดันตกจะน้อยกว่า 3% เพื่อป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด

คำถามที่พบบ่อยและข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับขนาดสายไฟ

1. ทำไมการคำนวณขนาดสายไฟให้ถูกต้องจึงสำคัญ?

การเลือกขนาดสายไฟ (Wire Gauge Sizing) มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากสายไฟมีขนาดเล็กเกินไป (Undersized) เมื่อเทียบกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน สายไฟจะเกิดความร้อนสะสมสูงจนวัสดุฉนวนพีวีซีละลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ นอกจากนี้ สายไฟที่เล็กเกินไปจะทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าตกสูง ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับแรงดันไม่เพียงพอ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอาจชำรุดเสียหายได้เร็วกว่าปกติ

2. วิธีการเดินสายไฟมีผลต่อการทนกระแสอย่างไร?

วิธีการติดตั้งสายไฟมีผลกระทบโดยตรงต่อการระบายความร้อนของตัวนำ ตัวอย่างเช่น หากเราเดินสายไฟร้อยท่อฝังผนังหรือฝังดิน (Conduit Installation) การระบายความร้อนจะทำได้ยากกว่าการเดินลอยในอากาศ (Free Air Installation) ส่งผลให้สายไฟชนิดเดียวกัน ขนาดเท่ากัน มีพิกัดกระแสปลอดภัยที่ต่ำลงเมื่อติดตั้งในท่อ ดังนั้น การคำนวณจึงต้องระบุวิธีติดตั้งให้ถูกต้องเพื่ออิงค่าพิกัดกระแสตามข้อกำหนดมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (อ้างอิง มอก. 11-2553)

3. แรงดันไฟตก (Voltage Drop) คืออะไร และควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์เท่าไร?

แรงดันไฟตก คือการสูญเสียแรงดันไฟฟ้าบางส่วนไปในสายไฟเนื่องจากความต้านทานของโลหะทองแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินสายไฟเป็นระยะทางไกลๆ (เช่น เกิน 30-50 เมตรขึ้นไป) มาตรฐานการออกแบบระบบไฟฟ้าทั่วไปกำหนดให้แรงดันไฟตกต้องไม่เกิน 3% ของแรงดันใช้งานปกติ (เช่น ไม่เกิน 6.6 โวลต์สำหรับระบบ 220V) หากคำนวณแล้วพบว่าไฟตกเกินกว่าเกณฑ์ดังกล่าว จำเป็นต้องขยับขนาดสายไฟให้ใหญ่ขึ้นเพื่อลดความต้านทาน แม้ว่าขนาดสายไฟเดิมจะสามารถทนกระแสไฟฟ้าได้แล้วก็ตาม

4. สายไฟ THW, VAF และ NYY ต่างกันอย่างไร?

สายไฟแต่ละประเภทมีการออกแบบเปลือกฉนวนที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองการใช้งานแต่ละรูปแบบ: 1) สาย VAF เป็นสายแบนสำหรับเดินเกาะผนังภายในบ้าน ห้ามร้อยท่อและห้ามฝังดิน 2) สาย THW เป็นสายกลมแกนเดี่ยวใช้สำหรับร้อยท่อสายไฟ มีชั้นฉนวนชั้นเดียว ห้ามเดินฝังดินโดยตรง 3) สาย NYY เป็นสายกลมมีฉนวนหนาหลายชั้น ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดีเยี่ยม สามารถเดินใต้ดิน ฝังดินโดยตรง หรือร้อยท่อฝังดินได้

เครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้อง

ฉนวนกันความร้อน

R-value ที่ต้องการ

ค่าใช้จ่ายรีโนเวท

ประเมินงบก่อสร้าง

โซลาร์เซลล์

จำนวนแผงที่ต้องการ

ค่าตกแต่งภายใน

ประเมินงบ Built-in

Google AdSense - Sticky Bottom (Mobile)